Story-of-Sky

2012/Dec/15

ชีวิตของคุณเป็นไทเกินไปหรือเปล่า โครตมีอิสระเกินไปใช่ไหม
มิใยลองมาเป้นทาสดูบ้างเป็นไร คุณจะได้รับความสุขซาบซ่านใน
ไลฟสไตล์ใหม่ให้อินเทรน

1. หาเจ้านายที่อยากรับใช้ - ไม่ยากเลย ปัจจุบันมีเจ้านายมากมายพร้อม
จะมองหาทาสที่ฉลาดปราดเปรื่อง ๆ ที่ยอมรับใช้ตัวเองเพื่อเศษกระดูกอยู่แล้ว
ขอเพียงคุณพร้อมจะแทะเศษอาหารเยี่ยงสุนัขไม่แคร์สื่อ จะแคร์ทำไมสุนัขออกจะกตัญญูจริงม่ะ

2. นับถิอเทิดทูนทั่นเจ้านายประดุจหนึ่งเทพอวตารลงมาจุติ - หลงมัวเมาซะ ใครไม่เมา
ก็ซัดเหล้าให้เมาซะจะได้เมาพอให้มองทั่นเจ้านายประหนึ่งเทพอวตาลที่ต้องเทิดทูน
เคารพเอาไว้เหนือเกล้า ใครจะมาแตะต้องมิได้ แตะมีต่อย อะไรประมาณนั้น ต้องเชื่อมั่น
ในทั่นจากส่วนลึกก้นบึ้งของจิตวิญญาณ

3. ตัดวงจรความคิดออกไปซะ - เมื่อคุณได้เจ้านายแล้วจะคิดทำไม ปล่อยให้เจ้านายคุณ
ช่วยคิดแทนให้ ทั่นสั่งอะไรก็ทำไปได้เลยไม่ต้องคิด เอาสมองไปหาวิธีทำยังไง
ให้เจ้านายคุณโปรดจะได้มีเศษอาหารให้คุณมากขึ้นยังดีกว่า อิ่มท้อง สบายสมอง
มันจะมีอะไรดีกว่านี้อีกไหม =D

4. หาความชอบธรรมให้ตัวเอง - กูจน กูเป็นรากหญ้า กูเสียภาษีแพง กูไม่ทำคนอื่นก็ทำ
ก็คนอื่นก็ทำแล้วทำไมกูจะทำบ้างไม่ได้ กูนับถือทั่น กูเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ ฯลฯ
สรรหามาอธิบายให้ตัวเองดูชอบธรรมซะ ถึงเหตุผลมันจะดูเป็นเศษมนุษย์แค่ไหน
เวลาเราทำตามออเดอร์ของเจ้านายเราจะได้สบายใจว่า กูก็มีเหตุผลนะที่ทำไป
โจรมันยังอ้างว่าปล้นชิงชาวบ้านเพราะกูจนได้เลยนี่

5. คุณธรรมนะเป็นของพวกไม่รู้จักความสบายของการเป็นทาส - ทาสแค่ทำอย่างที่
ทั่นสั่งพอแล้ว ยึดแต่ คุณนะทำ ก็พอ คุณธรรม เอาพับเก็บเข้าเก๊ะไปซะ มัวแต่ไปสนใจ
คุณธรรมแล้วชาตินี้จะรวยไหม ชาตินี้จะประสบความสำเร็จไหม ก็บอกแล้วว่า กูจน ฯลฯ (ดูข้อ 3)

6. tools สำคัญ ๆ อย่างการโกหก หลอกลวง ปลิ้นปล้อน กะล่อน ตอแหล ใช้ซะอย่าได้ยั้ง
เพื่อทั่นเทพจุติที่นับถือ ก็จะถือทำไม (ดูข้อ 3 + 4 + 5)

7. เผยแพร่ความเป็นเทพจุติของทั่นให้กับเหล่าบุคคลผู้โง่เขลาที่ไม่เข้าใจในความเทพของทั่น -
อย่าได้หยุดยั้งการเผยแพร่ลัทธิความเป็นทาส ให้เหล่าบุคคลผู้โง่งมงาย ให้เข้าใจถึงสรรพคุณของ
ทั่นอย่างถึงแก่น ทั่นดี สุดยอด เทพสุด ๆ มีแต่เทพ ๆ ๆ เท่านั้น สะอาดกว่า มีฟองมากกว่า อร่อยกว่า
ฯลฯ ใครอย่าแย้งนะ แย้งมีต่อย (ดูข้อ 2)

ทั้ง 7 ข้อนี้พึงปฎิบัติอยู่เป็นนิจ ยังประโยชน์ให้แก่บรรดาทาสทั้งหลาย
ให้ประสบแต่ความสุขความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปแล

อนึ่ง ทาสที่ดีหากติดคุกแล้วย่อมไม่ซักทอดใด ๆ มายังเจ้านายที่เคารพ แล้วทั่นจะได้
การสนับสนุนส่งข้าวให้เป็นอภินันทนาการตลอดช่วงเวลาจำขัง
 
- หมายเหตุ บทความนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมืองแต่อย่างใด หากทั่นอ่านแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องการเมืองถือว่าเป็นเหตุบังเอิญทั้งสิ้น

2011/Jul/27

      วันนี้ก็ได้เข้า Drama แล้ว เป็นอีกวันที่ รู้สึกหงุดหงิดมากกับคนที่กล้าพูด Free of Speech อย่างที่ตัวเองยังไม่เข้าใจคำ ๆ นี้เลย
      ทุกวันนี้จะเจอคนพยายามใช้คำนี้กันบ่อย ๆ ว่า ผมมีสิทธิที่จะพูดนะ มันเป็น Free of Speech จริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ คนพูดเอง ไม่ได้รู้อะไรเลยกับคำ ๆ นี้สักนิด เพียงแต่ใช้เป็นข้ออ้างปาว ๆ จนคำนี้มันไร้ความศักดิ์สิทธิ์ไป =w=
 
     มาดูความหมายจริง ๆ ของคำนี้จาก Wiki กัน
 

Freedom of speech is the freedom to speak freely without censorship. The term freedom of expression is sometimes used synonymously, but includes any act of seeking, receiving and imparting information or ideas, regardless of the medium used. In practice, the right to freedom of speech is not absolute in any country and the right is commonly subject to limitations, such as on libel, slander, obscenity, incitement to commit a crime, etc. Restrictions on the freedom to speak is sometimes called censorship.

The right to freedom of speech is recognized as a human right under Article 19 of the Universal Declaration of Human Rights and recognized in international human rights law in the International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR). Article 19 of the ICCPR states that "[e]veryone shall have the right to hold opinions without interference" and "[e]veryone shall have the right to freedom of expression; this right shall include freedom to seek, receive and impart information and ideas of all kinds, regardless of frontiers, either orally, in writing or in print, in the form of art, or through any other media of his choice". Article 19 goes on to say that the exercise of these rights carries "special duties and responsibilities" and may "therefore be subject to certain restrictions" when necessary "[f]or respect of the rights or reputation of others" or "[f]or the protection of national security or of public order (ordre public), or of public health or morals".[1][2] In addition, national laws of many countries, in various forms, recognize a basic freedom of speech.

Freedom of Speech is different from and not to be confused with the concept of freedom of thought.

     ในวรรคสีเหลือง จะเห็นว่า คำนี้ครอบคลุม การมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างไม่ถูกจำกัด, และมีอิสระภาพในการแสดงออก รวมถึงสิทธิในการแสวงหา, รับรู้ และ นำเสนอข้อมูลและอย่างคิดทุกชนิดได้ อย่างไม่มีขอบเขต ทั้งการพูด เขียน พิมพ์ ศิลป หรือสื่อใด ๆ ก็ตาม

     ฟังดูดีมากกกกกกก....

     ปัญหาคือ คนมักจะเอาเฉพาะวรรค นี้มาอ้าง โดยไม่ได้อ่านวรรค์สีแดงถัดมา =w=

     "คนที่จะใช้สิทธินี้ จะต้องแบกรับ "ความรับผิดชอบ และหน้าที่เป็นพิเศษ" และ ยังมีเรื่องบางประเด็นที่ต้องห้ามที่จะแสดงออกเมื่อจำเป็น เพื่อเป็นการ ให้ความเคารพต่อสิทธิและศักดิ์ศรีของบุคคลอื่น หรือเพื่อป้องกันความปลอดภัยของชาติและ กฎของส่วนรวม  หรือเพื่อความเป็นธรรม และความปรกติสุขของส่วนรวม"

    พูดง่าย ๆ ก็คือ คุณจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ตราบใดที่รู้จัดเคารพสิทธิของคนอื่นและส่วนรวม ถ้าไม่คิดจะแบกรับสิ่งนี้ อย่าได้เอา Free of Speech มาอ้าง!

    จริงอยู่ที่เวปบอรด์หรือพื้นที่่ comment เป็นพื้นที่สาธารณะ คุณจะแสดงความคิดเห็นอย่างไรก็ได้ แต่ทุกแห่งส่วนใหญ่ก็มีกฎที่คุณต้องยอมรับ รวมถึงการเคารพถึงสิทธิของผู้อื่นด้วย อย่าได้ปากหมาด่าชาวบ้านแล้วบอกว่า ผมมีสิทธิจะพูดเฉย ๆ เพราะ Free of Speech , กฎของเวป = กฎของส่วนรวม ถ้าคุณแย้งกับกฎนี้แล้วอ้าง Free of Speech ก็ผิดอีก, และเพราะยิ่งมีแต่คนทำแบบนี้ Free of Speech ถึงไร้ค่าขึ้นทุกวันครับ

    ดังนั้น เรื่องนี้ขอสรุปว่า Freedom of Speech มันไม่เท่ากับ การอนุญาติให้ปากหมาครับ!

     ปล. คอมเม้นท์ทุกคอมเม้นท์ที่ไม่ใช่ spam ผมไม่เคยลบ ถ้าไปดูจะเห็นว่ามีคอมเม้นท์ไร้สาระรวมถึงหยาบคายมากมาย แต่ผมก็เคารพสิทธิในการแสดงออกของทุกคนครับ ตราบใดที่ไม่ได้รุกล้ำสิทธิ หรือเหยียบย่ำกฎกติกา เชิญโพสได้ตามสบาย

2010/Sep/05

     เพิ่งเสร็จจากทริปเรื่องงานที่จีนมาครับ กลับไม่มีเรื่องอะไรที่จีนเป็นพิเศษมากมาย แต่ดันมีเรื่องตลก ๆ ที่สนามบินกับเวลาที่เดินทางอยู่กับไอ้นี่

 

 

 

 

      เปล่าครับ ไม่ได้ซื้อไอ้ฮ.นี่มาจากจีนหรอกครับ แต่เรื่องมันเกี่ยวกับไอ้ ฮ. นี่ละ ที่มันจะบังเอิญอะไรกันนักกันหนา เรื่องมันเริ่มที่่สนามบินสุวรรณภูมิบ้านเรานี่เอง ตอนที่กำลังผ่าน Custom ความจริงไอ้ของแบบนี้คงไม่ได้สะดุดตาอะไรผมนัก ถ้าไอ้คนถือไม่ใช่ แขกทำเนียน มาเดินเข้าช่องที่มันแจ้งอยู่อย่างชัดเจนว่า "Thai Passport" ดูจากลักษณะแล้วน่าจะเป็นคนทางตะวันออกกลางอะไรประมาณนั้น แต่ทำเนียนเข้ามาช่องคนไทย ชะรอยคงกะว่าช่องคนไทยคงเร็วกว่า (จริง ๆ มันก็พอ ๆ กันละเพ่) ความจริงถ้าในต่างประเทศนะ เจอแบบนี้ Custom คงเตะให้ไปเข้าแถวใหม่ให้ถูกช่อง แต่คนไทยใจดี เลยปล่อยผ่าน ๆ ไป (ตามเคย มิน่ามันถึงติดเป็นนิสัย (เสีย) ) เรื่องมันก็ประมาณนี้ละ ไม่ได้มีอะไรให้จดจำนัก แต่ก็เห็นว่านายคนนี้มันถือกล่อง ฮ. บังคับนี่ละ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากเป็นพิเศษที แต่หารู้ไม่ มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ลูกโซ่!

     ต่อมาพอถึงจีนแล้ว ก็อยู่เซี่ยงไฮ้สองสามวัน ก่อนที่จะนั่งรถไฟหัวกระสุนไป Changzhou ในรถความที่มันก็เบื่อ ๆ เลยมองไปเรื่อย ๆ แล้วมันก็โผล่มา ไอ้กล่อง ฮ. บังคับ พอมองเห็น ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะในจีนไอ้ ฮ. นี่ขายกันเกร่อขนาด แต่พอกำลังจะลงสิ เอาอีกแล้ว แขกเป็นเจ้าของถือเดินลิ่วไปอีกคน แต่คนนี้น่าจะเป็นทางอินตะระเดียนะ ตอนนั้่นก็ชักขำนิด ๆ ว่า มันจะบังเอิญอะไรอย่างนี้

     แล้วมันก็เกิดขึ้นอีกที คราวนี้ผมต้องนั่ง เครื่องฯ จาก เซี่ยงไฮ้ ไป กวางโจว ระหว่างเข้าแถวรอเช็คอินนั่นเอง ผมก็เห็นกล่องที่คุ้นเคยโผล่มาอีกแล้ว และเจ้าของ แน่นอน แขกอีกละ ( 6= = คนแขกเขาชอบ ฮ. กันจัง) ตอนนี้เริ่มขำกลิ้งแล้วว่าอะไรจะบังเอิญกันนักหนา ยังคุยกับน้องว่า นี่มันคนเดียวกันหรือเปล่าเนี่ย 555

     สุดท้ายเมื่อวานนี้เอง จะนั่งเครื่องฯ กลับมาไทยจาก กวางโจว ไม่ต้องทายก็น่าจะรู้ ระหว่างเดินผ่าน Custom นั่นเอง มันก็โผล่ออกมาอีกครั้ง ฮ. บังคับ ที่มีคนแขกถือไว้ -O- แม่เจ้า ทริปนี่มันอะไรกันเนี่ย น้องมันยังบอก เห็นจะจนอยากจะซื้อมาเล่นบ้างแล้ว ตกลงไอ้ ฮ. นี่มีแต่คนแขกที่ชอบเล่นหรือยังไงกัน แล้วมันเป็นที่นิยมขนาดนี้เลยหนา เล่นจะเดินทางไปไหนก็เจอตลอด มันจะบังเอิญเกินไปแล้วววววววว

     แถมอีกนิด ตอนกลับมาเมื่อวาน นั่งแอร์พอรท์ลิ้งจาก สุวรรณภูมิมาลงพญาไท แล้วต่อรถแท็กซี่ นั่งมาซักพักน้องสังเกตุิเห็นกระจกหน้ารถที่ร้าวเลยนึกขึ้นได้ว่า ตอนนั่งรถไปสุวรรณภูมิตอนแรก รถคันที่นั่งก็กระจกร้าวประมาณนี้เหมือนกัน มันเลยทักแท็กซี่เลยว่า พี่ใช่เมื่อสัปดาห์ก่อนไปส่งผมหรือเปล่าเนี่ย ดีที่แท็กซี่เองยืนยันว่าเปล่า 555 พี่แกมั่้นใจเพราเวลาที่เราขึ้นน่าจะเป็นกะของแก ถ้าใช่คันเดิมอีกนี่ มันจะบังเอิญ (เกินไปแล้ว) ละคร๊าบ

edit @ 5 Sep 2010 09:31:06 by โชคุง



Shinjo Sho
View full profile