Sabai-Story

2008/Feb/15

ชื่อวิชา เกรียน 101 - วิชาเกรียนขั้นพื้นฐาน

 

    ความหมายของคำว่าเกรียน - ในที่นี้เกรียนหมายถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่่มีความสามารถพิเศษในการชักนำ ให้สังคมที่สงบเรียบร้อย เข้าสู่ความวุ่นวายได้ตาม Chaos Theory ถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่ขาดไม่ได้ในทฤษฎีนี้ จึงถือว่าเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสำคัญสูงมาก และมีความต้องการสูงในวงการอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน เพื่อทำให้โลกไม่ขาดสีสัน

 

ระดับความต้องการพื้นฐานของผู้ต้องการศึกษาวิชานี้ - จำเป็นต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

    1. ไม่จำกัดอายุ เพศ

    2. ไม่จำเป็นต้องตัดผมสั้นเกรียน (แต่ถ้าเกรียนอยู่แล้วจะได้รับการพิจรณาเป็นพิเศษ)

    3. มีความเป็นตัวของตัวเองสูง (ตัวกูต้องมาก่อน)

    4. ไม่สนใจในสิ่งที่เรียกว่า มโนธรรม บาป (สะกดยังไง)

    5. ไม่มีความสนใจต่อมุมมองของสังคมโลก (ใครจะว่าไงกูไม่สน)

    6. เคยลงวิชา ภาษาพ่อขุน 701 มาก่อน

 

Overview ของหลักสูตร

    ในวิชา เกรียน 101 จะึคลอบคลุมถึงหลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับการเกรียน โดยมีเนื้อหาโดยย่อดังนี้

        1. ความหมายของเ้กรียน - เพื่อให้เข้าใจถึงความหมายของการเกรียนอย่างถูกต้อง

        2. ประวัติศาสตร์ของการเกรียน - เรียนรู้ถึงจุดกำเนิดของการเกรียน, ประวัติบุคคลเกรียนสำคัญ เช่น ต้นตระกลู ณ.ประมูล ผู้บุกเบิกแรก ๆ ของวงการ เกรียน

        3. การเกรียนเบื้องต้น - เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของการเกรียน

            3.1 - การฝึกให้ EQ, IQ ต่ำกว่าระดับอายุจริง

            3.2 - การฝึกให้มองเห็นแต่ความต้องการของตัวกู

        4. การเกรียนระดับกลาง - เพื่อให้มีความรู้ด้านการเกรียนในระดับจุลภาค

            4.1 - การเรียนรู้วิธีที่จะมองข้าม มโนธรรม ความละอายต่อบาป

            4.2 - ศึกษาถึงวิธีการทำให้สมองคิดได้แต่เรื่องที่ชั่ว ๆ และวิธีการมองโลกแง่ร้าย

            4.3 - การฝึกเกรียนเบื้องต้น - เกรียนภายในชั้นเรียน การเกรียนในบ้าน

        5. การเกรียนระดับมหภาค ว่าด้วยการทำตัวเกรียนให้สังคมรับทราบ

            5.1 - เรียนรู้ถึงมรรยาทการเกรียนในสังคม - เกรียนอย่างไรให้ได้จังหวะเหมาะสม และประสบความสำเร็จสูงสุด

            5.2 - การฝึกการเกรียนระดับมหภาค ว่าด้วยการทำตัวเกรียนระดับสังคม การทำตัวให้เป็นที่น่ารังเกียจต่อมุมมองของบุคคลที่สาม,

            5.3 - การทดสอบการเกรียนจริงในเวปบอรด์สาธารณะต่าง ๆ ว่าด้วย

                5.3.1 - ว่าด้วยเบื้องต้นของการล้มกระทู้ดี ๆ - เรียนรู้ถึงหลักเบื้องต้นของการทำให้กระทู้ดี ๆ มีสาระ กลายเป็นกระทู้ด่ากัน และเสียเนื้อหา หัวข้อนี้จะรวมถึงการทำให้กระทู้หลุดจากประเด็นด้วยการใส่คำด่าไร้สาระ การแย้งแบบไม่ต้องมีเหตุผล, การด่าคนที่มาโผสตอบ ฯลฯ

                5.3.2 - หลักเบื้องต้นของการตั้งกระทู้ แบ่งย่อยออกเป็น

                    5.3.2.1 - การตั้งกระทู้ดักควายเบื้องต้น - เรียนรู้การตั้งกระทู้ระดับเบสิค , การเปิดประเด็นอย่างไรให้คนติดกับดัก เช่นประกาศแจกรูปโป๊เป็นต้นฯ

                    5.3.2.2 - การพังบอรด์ด้วยกระทู้ด่าพ่อล่อแม่, กระทู้เปิดสงคราม เช่นในบอร์ดหนังก็ไปเปิดกระทู้ด่าหนังเรื่องนั้น ๆ เป็นต้นฯ

               5.3.3 - การล้มบอรด์ขั้นสูง ว่าด้วยการ spam และการ hack เบื้องต้น

            5.4 - การทดสอบการเกรียนภายในเกมส์ออนไลน์ต่าง ๆ

                5.4.1 - หลักสูตรคำหยาบขั้นสูง

                5.4.2 - หลักสูตรการ Jam Scam Loot อย่างมีประสิทธิภาพ

                5.4.3 - วิธีการหลีกเลี่ยงการถูกแบนโดยการใช้ Screen shot อย่างมีประสิทธิภาพ

                5.4.4 - การแฮ็คเบื้องต้น

    การสอบ mid-term เพื่อวัดระดับความเกรียน - เมื่อจบบทที่ 5 ผู้เรียนจะต้องทำการสอบ mid-term ผู้เรียนจำเป็นต้องได้คะแนนอย่างน้อย 80 percent by mean จึงจะมีสิทธิในการเรียนต่อในหลักสูตรหลัง mid-term ว่าด้วยการเกรียนชั้นสูง หากสอบตกถือว่าผู้ลงทะเบียนเรียนขาดวุฒธิภาวะในการเกรียน จะทำการถอนรายชื่้อออกโดยให้ติด W อัตโนมัติ

        6. การเกรียนขั้นสูง - เนื้อหาของบทนี้เป็นความลับสำหรับผู้สอบผ่าน mid-term เท่านั้น ผู้ที่มีสิทธิรับรู้ถึงเนื้อหานี้จำเป็นต้องได้คะแนนอย่างน้อย 80 percent by mean จากการสอบ mid-term ดังนั้น Overview ของบทเรียนนี้จึงไม่สามารถแจ้งในที่นี้ได้

ความคาดหวังของผุ้จบวิชานี้ - สามารถใช้ความสามารถในการเกรียนเบื้องต้นได้อย่างเต็มที่, ประยุกค์ใช้การเกรียนเพื่อวิชาชีพในอนาคตต่อไป

    ผู้สนใจลงสมัครเรียน เกรียน 101 โปรดลงชื่อที่สำนักทะเบียนกลาง โปรดเช็คคุณสมบัติเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้สมัครก่อนลงทะเบียนเรียน หากขาดคุณสมบัติจะถูกคัดชื่อออกและให้ติด W โดยอัตโนมัติ

 

ลงชื่อ อ.เกรียนศักด์ ณ.ประมูล

ภาควิชาเกรียนศึกษา คณะเกรียนศาสตร์


edit @ 15 Feb 2008 22:06:46 by โชคุง

2006/Oct/06


โดโรโระถูกกันออกนอกวงอีกแล้วหรือนี่....

ชะตากรรมอันน่าหดหู่...

สงสัยหลังจากนี้ได้เป็นวิญญาณจริง ๆ แน่

อยากลงเล่นบ้างจัง แต่ท่าจะเหนียวตัวน่าดู

ทำไม๊ต้องเป็นผมทุกที... (โดโรโระ)


 

2006/Sep/21



หมายเหตุก่อนอ่าน ภาพอาจจะ 8 บิทไปหน่อย ตามความขี้เกียจสันหลังยาวของผู้แต่ง





าลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในนคร Iaht Land ได้มีปีศาจออกมาอาละวาด ราชาปีศาจเข้ามาปกครองนครแห่งนี้ ทำให้เกิดความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ทั้งภัยแล้งก็ได้กระหน่ำซัมเมอร์เซล์ จนชาวนคร Iaht หน้าเหี่ยวกันไปตาม ๆ กัน
แต่แล้วเหมือนสวรรค์ยังคงมีตา ได้ส่งเทวดามาจุติโดยเทวดานั้นชื่อว่าสี่เหลี่ยม ก่อนลงมายังโลกพระเจ้าได้ตรัสกับเทวดาสี่เหลี่ยมว่า



"อัำนอำนาจหา้มีไว้เพื่้อท่านไม่ จงจำไว้ใช้ปกปักและรักษา
อย่าได้ใช้อำนาจเป็นศราตรา สุดท้ายหนาศรนั้นปักอกเรา"



เมื่อเทวดาสี่เหลีี่ยมได้ลงมายังโลกมนุษย์แล้ว เทวดาสี่เหลี่ยมได้รวบรวมผลพรรคเข้าทำศึกโรมรันกับปีศาจ และสามารถเอาชนะปีศาจได้ด้วยความช่วยเหลืออันท่วมท้นจากชาวนคร Iaht Land หลังจากนั้น ชาวนคร Iaht Land ผู้ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจึงได้ยกย่องให้เทวดาสี่เหลี่ยมมาเป็นผู้ปกครองนครแห่งนี้ และเทวดาสี่เหลี่ยมก็ได้ตอบสนองโดยการปรับปรุง และซ่อมแซมบ้านเมืองที่ถูกปีศาจทำลายไปด้วยกำลังเท่าที่มี







แต่แล้ว ความสุขก็ไม่จีรังยั่งยืน เผ่าปีศาจที่แตกผ่ายไป หลายตนได้จำลองตัวเองเป็นชาวบ้าน เป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดกับเทวดาสี่เหลี่ยมโดยที่ตัวเทวดาสี่เหลี่ยมเองก็ยังไม่รู้ตัว เหล่าปีศาจได้ชักนำเทวดาสี่เหลี่ยมให้ไขว้เขว บอกถึงอำนาจที่เทวดามี แล้วทำไมต้องไปทำเพื่อชาวบ้านด้วย ทำไมไม่่หาประโยชน์ให้ตัวเองเล่า แรก ๆ เทวดาสี่เหลี่ยมเองก็ยังไม่ได้ทำตาม แต่หลังจากได้รับการปั่นหูทุกวัน ด้วยคำหวาน ด้วยอำนาจ ปีกที่เคยส่องแสงสว่างไสวของเทวดาสี่เหลี่ยมก็ค่อย ๆ หม่นลง มิใยเหล่าข้าราชบริพานที่ภักดีและหวังดี จะพยายามพูดเตือน แต่เหล่าปีศาจจำแลง ก็หาทางปิดหูปิดตาเทวดาสี่เหลี่ยมซะ และโป้ปดให้ร้ายเหล่าอำมาตย์เก่าแก่ที่หวังดีต่อชาติว่าเป็นพวกคิดการกบฎต่อนคร





และแล้วก็มีชาวบ้านคนหนึ่งที่เคยช่วยเทวดาสี่เหลี่ยมรบในสงคราม กลับถูกเทวดาสี่เหลี่ยมที่ปีกตอนนี้กลายเป็นสีดำสนิทไปแล้ว ประกาศให้เป็นกบฎ ยังผลให้ชาวบ้านคนนั้นเกิดความแค้นเคืองเป็นยิ่งนัก จึงได้เอาเรื่องความเลวร้ายของเทวดาสี่เหลี่ยม และพรรคพวกได้ทำไว้ มาประกาศต่อเหล่าชาวเมือง ทำให้ชาวเมืองส่วนหนึ่งเกิดความแค้นเคือง ยิ่งมีความบีบคั้นจากถูกรีดนาทาเร้นจากภาษี ขนาดนับชามก๋วยเตี๋ยวคิดภาษี การปกครองแบบผิด ๆ ที่เทวดาสี่เหลี่ยมถุูกทำให้คิดว่าเป็นเรื่องถูก เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ชาวเมืองลุกฮือขึ้นมาต่อต้าน



ฝ่ายเทวดาสี่เหลี่ยม ปีศาจที่คอยยุยงก็ได้ปลุกปั่นให้ชาวบ้านที่เคยร่วมสู้ ในสงครามกับปีศาจ ลุกขึ้นมาช่วยเหลือเทวดาสี่เหลี่ยม ได้นำสีขาวมาทาปีกสีดำสนิทของเทวดาสี่่เหลี่ยม ความหนักของสีทำให้เทวดาสี่เหลี่ยมไม่สามารถใช้ปีกที่เคยพาบิน บินไปไหนได้อีก และได้เวทย์เงินตราga และผลประโยชน์ga ปิดบังหูตาของชาวบ้านเหล่านั้น และส่งสมุนไปเป็นแกนนำ ให้ทั้งสองฝ่ายตั้งกองประทะกันกลางนคร Iaht มิใยที่ราชาธิราชชราแห่งนคร Iaht จะออกมาห้ามปราม แต่ด้วยโมหะ และโทษะจริตของทั้งสองฝ่าย ก็ทำให้สถานะการณ์ไม่สงบลง ยังความโทมนัสให้แก่่ราชาธิราชชราเป็นอย่างยิ่ง ที่ชาวนครของท่านนั้นขาดความปรองดองกัน







และแล้ววันหนึ่ง เทวดาสี่เหลี่ยมจำต้องออกจากนครไปร่วมงานประชุมเหล่าผู้ปกครองนคร แม้ว่าจะกังวลกับสถานะการณ์ของนครอันเคยสงบร่มเย็น กลับต้องร้อนเป็นไฟแต่ก็จำต้องออกไป บรรดาแม่ทัพจึงใช้โอกาศนี้ ทำการยึดอำนาจจากเหล่าปีศาจจำแลงที่คอยดูแลนครแห่งนี้ เพื่อทำให้นครที่เคยมีความรักและสามัคคีได้กลับมาอีกครั้ง เหล่าปีศาจหลายตนที่รู้ตัวก็ได้หลบหนีออกนอกนคร ในขณะเดียวกัน ปีกของเทวดาสี่เหลี่ยมที่ตอนนี้ดำสนิทก็ได้แตกกระจายร่วงเหล่น เส้นขนอันดำสนิทได้หลุดออกมาจากสีที่ทาทับไว้ ตกกระจายทั่วพื้นรอบตัว



เทวดาสี่เหลี่ยมรู้สึกตัวเหมือนตื่นจากฝัน บัดนี้ปีกที่เป็นสัญญลักษณ์ของเทวดาก็หายไป จึงคิดถึงคำเตือนของพระเจ้าก่อนที่จะลงมายังโลกมนุษย์



"อัำนอำนาจหา้มีไว้เพื่้อท่านไม่ จงจำไว้ใช้ปกปักและรักษา
อย่าได้ใช้อำนาจเป็นศราตรา สุดท้ายหนาศรนั้นปักอกเรา"

เทวดาสี่เหลี่ยมซึ่งตอนนี้กลายเป็นมนุษย์ธรรมดา เป็นนายสี่เหลี่ยมไปแล้วจึงได้รู้สึกตัวถึงสิ่งที่ตนได้พยายามยึดติดไว้ ล้วนแต่เป็นภาพลวงตา ที่อำนาจที่ถือครองนั้นดลให้เป็นไป จึงตัดสินดำเนินชีวิต
อาศัยอยู่บนโลก ในฐานะมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งสืบไป



ส่วนทางนคร Iaht ก็ต้องอาศัยความร่วมมือของผลเมือง ให้มาฟื้นฟูความเสียหายไม่ว่าจากฝ่ายใดที่ก่อไว้ อันคงต้องใช้เวลาและความอดทน และชาวนคร Iaht ควรเรียนรู้ที่จะไม่ถูกชักจูง ไม่ว่าจากปีศาจ หรือเทวดา หรือชาวบ้านด้วยกัน แต่ต้องอาศัยสมองของตนคิด อย่าเห็นแก่เพียงอามิสสินจ้าง ผลประโยชน์เล็กน้อย ทำให้ดำเป็นขาว ขาวเป็นดำ และทำนุบำรุงนครแห่งนี้ภายใต้การนำของราชาธิราชชรา ผู้ซึ่งควรจะได้พักผ่อนมากกว่าตรากตรำพระวรกาย
และ (หวังว่า) นคร Iaht Land มีสันติสุขจากผู้ปกครองที่ดีสืบต่อ ๆ ไป

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า -
1. อำนาจมักทำให้คนหลงทางโดยง่าย ไม่ว่าจะเป็นเทวดามาจากไหนก็ตาม ยิ่งคุณถืออำนาจมาก ปีศาจก็จะมาป้วนเปี้ยนรอบตัวคุณเพื่อพาคุณหลงทางเสมอ
2. คนเราต้องเรียนรู้ว่า เมื่อใดเป็นเวลาที่จะต้องถอย เมื่อใดเป็นเวลาที่ควรจะยืนหยัด
3. ไตร่ตรองก่อนเชื่อ สมองมีไว้คิดไม่ได้มีไว้ใช้จำและเชื่อสิ่งที่คนอื่นพูดเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าคนพูดจะเป็นชาวบ้าน ปีศาจ หรือแม้แต่เทวดาก็ตาม

ป.ล. ตัวละครและเรื่องที่ปรากฎในนิทานเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์ที่มีอยู่จริง หากจะไปพ้องกับเหตุการณ์ใด ๆ ล้วนแต่เป็นเพียงความบังเอิญทั้งสิ้น



ป.ล.2 อัพบล็ิิิอคพักนี้รู้สึกว่าเฉียด ๆ คุกทุกที สงสัยกระแสมันแรง

ป.ล.3 อย่างที่เคยบอกนะครับ ผมไม่ใช่พวก Anti-taksin ซะทีเดียว ถึงจะไม่ชอบที่เขากินหนักมือ แต่ก็ชอบที่เขาทำงาน นิทานเรื่องนี้เลยไม่ใช่เรื่องที่ทำเพื่อต่อว่าใคร แต่อยากชี้ให้เห็นมากกว่าว่าอำนาจในมือมักทำให้คนหลงทาง และอย่างที่คติสอนใจว่าแหละครับ ทั้งเรื่องการรู้จักเวลาถอย กับการเชื่อในคำพูดคนอื่น



Shinjo Sho
View full profile