How-to-Series

2011/Nov/24

 
     สืบเนื่องจาก ดราม่านี้  ก็เป็นอีกครั้งที่เหล่าสาว ๆ แห่งเวปมีดหมอถูกแม่ค้าสิบแปดมงกุฎเชิดเงินหนี ย้อนกลับไปไม่นานมานี้ ตอนดราม่า ไอโฟน 5 (ใครไม่รู้ก็รู้ซะว่าแม่ค้าเขาเทพมากขนาดสามารถสั่งนำเข้า ไอโฟน 5 ของแท้มาได้ เรียกว่า ทำเอาสาวกสตีฟจ็อปได้แต่อิ้ง เพราะแม่ค้าคงรู้จักโดเรม่อนเลยสั่งของจากอนาคตได้) ก็สะท้อนภาพอะไรแบบเดียวกันออกมา แทบจะเรียกว่าเดจาวู
 
     ทำไมถึงติดกับดักแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ไม่เฉพาะเวปมีดหมอ แต่อีกหลาย ๆ เวป ก็เหมือนกัน ติดกับ กับ
 
     "ของถูกเหลือเชื่อ!" ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วก็เชื่อจริง ๆ ว่าเป็นของแท้ ๆ ๆ ๆ ๆ เพราะ แม่ค้ารับประกันว่าแท้ แต่เวลาสินค้ามีปัญหาห้ามเปลี่ยนไม่รับคืน =w= นี่มันประกันแป๊ะอะไร ฟังก็น่าจะรู้แล้ว ทำไมปล่อยให้ "ความโลภ" มันบังตาได้มิดขนาดนี้ ตอนเคสไอโฟน 5 ขนาดมีเหล่าสาวกมายืนยันนั่งยันนอนยัน ก็จะมีเหล่าลูกค้าที่แสนจะภักดีมาช่วยยืนยันความเก๋าของแม่ค้าว่า ถ้าแม่ค้าบอกว่าจริง ก็จริง รอแม่ค้าส่งของให้ก็รู้ความจริง  โอ๊ย สองเคสนี่มัน โครต เดจาวู
 
     แล้วที่เหมือนกันอีกคือ สุดท้าย แม่ค้าก็ดริฟหายไปอย่างรวดเร็ว ต่างแต่ ความสามารถในการดริฟ เจ้าไอโฟน 5 ยังใช้เวลาดริฟนาน เจ้านี้ดริฟไปแบบรวดเร็ว ลบเวปข้อมูลของตัวเองอย่างรวดเร็ว ปิดมือถือไม่ต้องคุยต่อ ให้เสียเส้น...
 
     อยากเห็นใจคนที่เดือดร้อนกับเคสแบบนี้มาก แต่อีกทางก็รู้สึก เฮ้อ... ทำไมปล่อยตัวตามความโลภได้ขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่มันก็เห็นชัด ๆ ขนาดนี้ เอาละขอโอกาศนี้มาแนะนำจุดสังเกตุของเหล่าแม่ค้าหลายมงกุฎให้ทุกคนได้ตระหนักอีกที
 
     1. เหล่าแม่ค้าพ่อค้าปลอม ๆ ทั้งหลายนี้ ช่วงแรก ๆ คุณจะสังเกตุได้ชัดเจนว่า เขาจะทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาเป็นอย่างมาก เพราะช่วงแรกนั้นเขาจะพยายามสร้างการตอบรับที่ดีให้มีความไว้ใจเกิดขึ้นกับลูกค้าในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าที่มีคนรู้จักเยอะ ๆ หรือลูกค้าที่ได้รับความไว้ใจในเวปนั้น ๆ สูง จะไม่เคยเกิดปัญหาอะไรในการส่งสินค้าเลย แต่ สินค้าช่วงแรกมักจะมีมูลค่าต่ำ หรือเป็นการสั่งจำนวนน้อย ๆ เพื่อไม่ให้ต้นทุนสูง และส่วนใหญ่คนช่วงแรกก็ไม่กล้าเสี่ยงสั่งอะไรแพง ๆ อยู่แล้ว
 
     2. ช่วงกลาง จะเริ่มมีปัญหาในการส่งสินค้าเล็กน้อย อาจจะมีสินค้าผิดจากที่สั่ง จัดส่งช้า เริ่มจะมีข้อความต่อว่า แต่เนื่องจากข้อ 1 ได้สร้างบารมีมาพอควร ทำให้สมาชิกส่วนหนึ่งออกมาช่วย ส่วนแม่ค้าก็จะดริฟด้วยข้ออ้างพื้น ๆ "คุณเป็นคู่แข่งมาดริสเครดิต", "อย่าว่ากันเลยการส่งสินค้าย่อมมีการผิดพลาดบ้าง ช้าบ้าง" ฯลฯ จริง ๆ แล้ว จุดนี้ ผมอยากเตือนเหล่าผู้ที่เคยสั่งสินค้ากับเหล่าแม่ค้า ไม่ต้องช่วยปกป้องแม่ค้าหรอกครับ เพราะ ยิ่งคุณทำยิ่งเป็นการส่งเสริมความเชื่อมั่นให้กับคนที่ไม่เคยสั่ง กลายเป็นคุณช่วยแม่ค้าเหล่านี้หลอกคนไป จำไว้ว่า ทองแท้ ไม่กลัวไฟลน พ่อค้าแม่ค้าจริง จะไม่ดริฟ เกิดปัญหาอะไร ก็ชี้แจงไป ถ้าเขาจะคิดค้าขาย ของมีปัญหาก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ว่าขายแล้วก็ขายไป "ไม่มีพ่อค้าแม่ค้าที่ดีคนไหนคิดแบบนี้" เพราะมันทำลายความเชื่อมั่นของลูกค้า ดังนั้นคุณไม่ต้องช่วยพ่อค้าแม่ค้าดริฟหนี คนดี ยังไงก็เป็นคนดีครับ เคสแบบนี้ผมติดตามมาเป็นสิบ ๆ ผลสุดท้ายเหมือนกันหมด บางทีเหล่าพ่อค้าแ้ม่ค้าปลอม ๆ เหล่านี้อาจจะจงใจเพื่อทดสอบเครดิตตัวเองด้วย ว่าได้รับความเชื่อมั่นถึงจุดหรือยัง
 
    3. ช่วงเก็บเกี่ยว ปลูกพืชย่อมหวังผล เหล่าพ่อค้าแม่ค้าคุณภาพเหล่านี้อุตสาหะสร้างเครดิตขนาดนี้จะเพื่ออะไรหากไม่ใช่เพื่อการเก็บเกี่ยว ตอนที่ปัญหาเล็ก ๆ ยังไม่กระทบความเชื่อถือ และมีลูกค้าแสนดีช่วยกันกระพือความน่าเชื่อถือถึงแก่นแล้ว ก็จะจัดออเดอร์ชุดหนัก ๆ ออกมา ให้มียอดสั่งเยอะ ๆ ช่วงเวลาการจองนาน ๆ และจะยิ่งดีถ้ามีช่วงหลังการสั่งจองจนส่งสินค้าที่นาน ๆ ตอนนี้ก็รับออเดอร์ลูกเดียว จังหวะนี้ถ้าสังเกตุ เขาจะปิดรับออเดอร์เล็ก ๆ ที่จะจัดส่งเร็ว ๆ อ้างว่าของหมดบ้าง ไม่สะดวกบ้าง เพราะหากมีเรื่องช่วงนี้อาจจะทำให้ยอดการสั่งสำหรับออเดอร์หลักเสียหายได้ ยกเว้นออเดอร์จะชนกับจังหวะชิ่ง ก็จะรับหมด เพื่อให้ได้ยอดสูงสุดเท่าที่จะทำได้ พอถึงเวลาจัดส่ง ก็ถึงเวลาลาจาก และแล้ว ก็หอบเงินเท่าที่หาได้เผ่นเข้ากลีมเมฆ ปิดเวป ปิดโทรศัพท์ เลิกใช้เมล์นั้น เวปนั้น เป็นอันเอวังลงด้วยประการฉะนี้...
 
และขอบอกเจ้าทุกข์ว่า ถ้าเหล่ามิจฉาชีพเหล่านี้ทำกันเป็นล่ำเป็นสันจริง ๆ แล้ว เหล่าข้อมูลที่คุณหาได้จะแทบไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงเพราะ
 
     1.บัญชีธนาคารที่ใช้โอน > มักจะเป็นบัญชีที่จ้างเิปิด คนถูกจ้างไม่รู้จักคนจ้างเปิดด้วยซ้ำ บางทีเป็นเด็ก บางทีตาสีตาสา เขาจ้าง 500 1000 หนึ่งให้เปิดบัญชี เปิดเอทีเอ็มให้เขา ก็เปิดแล้ว ไม่เสียตังค์สักบาทแค่เข้าไปเปิดบัญชี
 
     2.บัตรประจำตัวประชาชน > ของปลอมเยอะมากครับ ขนาดพม่าหนีเข้าเมืองบางคนยังหาได้ ประสาอะไรกับพวกที่หลอกลวงเป็นอาชีพ บางทีก็เอาบัตรคนตายมาใช้
 
     3.ชื่อที่อยู่ ส่วนใหญ่ก็เป็นที่อยู่ที่ได้จากรายละเอียดที่ลงไว้ตามเวป โดยสืบจากเลขบัญชีที่โดนหลอกให้โอนบ้าง เบอร์โทรศัพท์บ้าง พวกนี้สามารถเช่าบ้านได้โดยเจ้าของบ้านอาจจะไม่รู้จักเลยก็ได้ รายละเอียดที่ให้อาจจะเป็นแค่ของปลอมล้วน ๆ
 
     4.เบอร์โทรฯ คงรู้นะครับว่าเดี๋ยวนี้เพราะนรกของเบอร์ pre-paid ทำให้เบอร์ทั้งหลายแทบไร้ความหมาย
 
     5.ไอพี > พวกนี้ถ้าฉลาดพอจะไปใช้ตามเน็ตคาเฟ่ในการติดต่อครับ ไอพีบ้านเราก็เปี่ยนไปมาเสมอ...
 
     สรุปแล้ว คุณจะตามยังไง... แล้วจะทำไงถึงจะดีที่สุด
 
     "ระวังอย่าให้ถูกโกง" ครับ ดีที่สุด จำไว้ว่าคดีต้มตุ๋น เป็นคดีที่ตามได้ยากที่สุด ฟ้องได้ยากที่สุด มันถึงมีพวก 18 มงกุฎอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง เพราะัมันต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า จงใจโกง ถึงจะฟ้องร้องเป็นคดีอาญาได้ ไม่งั้นมันก็แค่คดีแพ่งซึ่งตำรวจไม่ค่อยอยากยุ่ง...
 
     วันไหนก็ตามที่คุณเริ่มคิดว่า คุณฉลาดพอ วันไหนคุณคิดว่า โอ้ย เรื่องแบบนี้ไม่มีในเวปนี้หรอก โอ๊ย คน ๆ นี้ไม่ทำเราหรอก วันนั้นคือวันที่คุณจะถูกโกงเป็นคนต่อไปครับ
     เตือนตัวเองไว้เสมอ "อย่าโลภ อย่าโลภ อย่าโลภ" แล้วคุณจะรอดครับ
 
ปล. จริง ๆ เรื่องนี้ผมสองจิตสองใจอยู่เหมือนกัน เพราะว่าการนำจุดสังเกตุรวมถึงรายละเอียดลึก ๆ พวกนี้มาเล่าให้ฟัง มันก็เป็นดาบสองคม เพราะเป็นการทำให้เหล่าสิบแปดมงกุฎรู้ตัวและพยายามทำงานละเอียดขึ้น แต่ผมว่า การทีให้คนทั่วไปได้รู้จักกลโกงของคนพวกนี้เพิ่มขึ้นมันย่อมดีกว่า อย่างน้อยจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อวิธีเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ครับ
 
 
 
 

2010/Nov/24

ช่วงนี้รู้สึกว่าคนจะบ่น ๆ กันมากเรื่องถูก Tag โฆษณาพวก MLM ใน FB
ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าโชคดีทีี่ไม่ค่อยมีโดนพวกนี้เท่าไหร่ อาจจะเพราะค่อนข้างซีเรียสเรื่องการ add คนด้วย
แต่ยังไงก็ยังตามข่าวเรื่องนี้ เลยอยากเตือนเกี่ยวกับ MLM ขึ้นมา
 
คิดว่ามีคนอีกเยอะยังงง ๆ กับ MLM และแชร์ลูกโซ่ ว่าทำไมบางคนบอกว่ามันก็อย่างเดียวกัน บางคนบอกว่าต่างกัน
สองอย่างนี้คือ "ความแตกต่าง ที่เหมือนกัน" ครับ และที่ชัดเจนคืน MLM ถูกกฎหมาย (ตราบใดที่ไม่มีการโกง) แชร์ลูกโซ่ผิดกฎหมายอย่างเต็มประตู
 
มารู้จัก MLM กันก่อน MLM คือ Multi-level marketing  หรือระบบการตลาดแบบระบบขั้น โดยระบบ "มักจะ" มีองค์ประกอบเป็นรูปปิรามิดการเงิน
พอดี เรื่องคุโรซากิเพิ่งลงเกี่ยวกับเรื่องนี้พอดี ขอยกภาพจากหนังสือมาลงให้ดูประกอบเลยละกัน
อ่านจากขวาไปซ้ายนะครับ
 
 
 * หมายเหตุ "คุโรซากิ" เป็นหนังสือการ์ตูนก็จริง แต่เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นจากการโกง และ 18 มงกุฎที่เกิดขึ้นจริง ๆ ในญี่ปุ่น เป็นเรื่องที่แฉเกี่ยวกับพวก 18 มงกุฎ (ในญี่ปุ่นภาษาแสลงเรียก ชิโรซากิ หรือกระสาขาว) น่าอ่านมาก ใครสนใจไปหาซื้ออ่านดู รับรองไม่ผิดหวัง ในไทยลิขสิทธ์โดย TKO comics *
 
พอจะเห็นภาพไหมครับว่าำทำไมถึงเรียกว่า MLM เพราะการมีข่ายแตกแขนงกันออกไปแบบนี้นี่เอง
และจะเห็นได้ว่า คนได้ประโยชน์จริง ๆ ในรูปแบบการตลาดแบบนี้ก็คือคนที่อยู่บน ๆ ยอดปิรามิดนั่นเอง
 
แล้ว MLM มันต่างกับแชร์ลูกโซ่ยังไำง อยากบอกว่าจริง ๆ แล้ว มันก็ "แทบไม่ต่างกันเลยครับ"
โดยระบบแล้วเหมือนกันมาก ๆ ต่างกันที่
MLM จะมีจุดมุ่งหมายในการระดมทุนที่มีการลงทุนที่ชัดเจน หรือ มีตัวสินค้ามาให้กับลูกข่ายเพื่อให้เกิดเป็นการซื้อขายสินค้า
ต่างกันกับแชร์ลูกโซ่ที่ แชร์ลูกโซ่นั้นเป็นการระดมทุนโดยไม่ได้ใช้เงินจากการระดมทุนนั้นในการลงทุนอะไรเลย (แต่บริษัทแชร์ลูกโซ่จะอ้างว่ามีการใช้ทุนในการทำนั่นนี่โน่น) และจริง ๆ แล้วบางครั้งกลุ่มแชร์ลูกโซ่เองก็ใช้วิธีการให้ของที่มีมูลค่าสูงกว่าความเป็นจริงมาก ๆๆๆๆๆๆ เช่นน้ำยาล้างจานขวดละ 2000 แก่ลูกข่าย เพื่อเลี่ยงการถูกจับว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ และอ้างตัวเองว่าเป็น MLM
 
จุดนี้เองที่ทำให้ แชร์ลูกโซ่และ MLM แทบจะไม่ได้ต่างกันเลย
 
แล้วเราจะบอกได้ยังไงว่าอันไหนเป็น MLM หรืออันไหนเป็นแชร์ลูกโซ่ละแบบนี้ ลองพิจรณา MLM นั้นแบบนี้ดูครับ
หาก MLM มีการขายสินค้าราคาเกินจริง และ/หรือมีการระบุเป้าให้ลูกข่ายต้องทำยอดรักษาระดับ เพื่อรักษาระดับในปิรามิดของตนเอง ก็กลายเป็นว่า จริง ๆ แล้วเป้าหมายของการสร้างปิรามิดก็อยู่ที่การระดมทุนมากกว่าเพื่อการค้าอย่างแท้จริง เพราะ ถ้าของราคาเกินจริง ลุกข่ายย่อมไม่สามารถนำของที่ได้มาไปขายต่อได้ ได้แต่เก็บไว้ใช้เอง ย่อมไม่ใช่การขาย ดังนั้นเงินที่เกิดขึ้นย่อมมาจาก การระดมทุนจากเครือข่ายที่อยู่ระดับต่ำ ๆ ลงไปเท่านั้น 
 
ยิ่งถ้ามีการกำหนดยอดเพื่อรักษาระดับของตัวเองในปิรามิด หรือเพื่อปีนขึ้นสู่ยอดปิรามิด แน่นอนว่า การสต็อกสินค้าที่ไม่สามารถทำกำไรได้จริง ก็ยิ่งชี้ชัดได้ว่า MLM นั้น มีเป้าหมายอยู่ที่การระดมทุนเพียงอย่างเดียว
 
และยิ่งถ้าบริษัทไหนไม่มีตัวสินค้าเลย อันนี้ฟันธงไปได้เลยว่า เป็นแชร์ลูกโซ่ ไม่ใช่ MLM 100 เปอร์เซ็นต์ครับ
พวกนี้จะมีเยอะมากในเน็ต ประเภท ทำงานเองที่บ้าน, ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก, อยู่เฉย ๆ สิ้นเดือนรับส่วนแบ่งจากการลงทุนเท่านั้น เท่านี้บาท ,แค่เข้าไปโพสโฆษณาในเน็ต เดืิอน ๆ รับไปเลย หมื่น ถึงแสนบาท พวกนี้ละครับ แชร์ลูกโซ่ เป็นสิบแปดมงกุฎแบบเต็มตัวไม่ต้องคิดเข้าไปเป็นเหยือพวกนี้เลย "ไม่มีงานอะไรที่จะได้เงินมาง่าย ๆ แบบนี้นอกจากงานผิดกฎหมาย"
 
และจุดจบของกลุ่มแชร์ลูกโซ่ หรือ MLM ปลอม ๆ ทั้งหลายนั้น ก็จะเหมือนกันหมดทุกราย
เมื่อลูกข่าย ไม่สามารถหาลูกข่ายเพิ่มขึ้นมาอีกได้ ระบบการจ่ายก็จะหยุดชะงัก
เพราะเงินที่เข้ามาใหม่ในการระดมทุนหายไป ซึ่งเมื่อใกล้ ๆ จุดนี้ ยอดสุดของปิรามิดก็จะบินหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว พร้อมกับเงินที่ได้มาจากการระดมทุน ปล่อยให้คนที่อยู่ในระดับล่าง ๆ ของปิรามิดเจ็บตัวกันระนาวววววว
กลายเป็นคดีความฟ้องร้องกันไป และเป็นคดีต้มตุ๋นที่เป็นคดีอาญาด้วย
 
ซึ่งตรงนี้เองพวก MLM จริง ๆ นั้นจะได้เปรียบ ทั้ง ๆ ที่ระบบแทบไม่ต่างกัน แต่เพราะมีการลงทุนที่เห็นได้จริง มีการซื้อขายสินค้าจริง ทำให้หากระบบล่มลงไป ก็เป็นการล้มละลายของบริษัท ไม่ใช่คดีอาญาที่เป็นการต้มตุ๋น อย่างมากก็เป็นคดีเพ่ง ซึ่งหากบริษัทก็ล้มละลายไปแล้ว จะฟ้องเอาอะไรก็ยากแล้ว ส่วนยอดของปิรามิด ก็จะถือเงินของตัวเองลอยลำไปอย่างสบายใจอย่างที่เห็นกันมาแล้วมากมาย คนเดือดร้อนก็เหมืิอนกัน คือพวกฐานของปิรามิดที่มีแต่ของที่สต็อกเอาไว้ ที่มีมูลค่าเกินจริงขายได้ยาก หรือไม่ได้เลย จะฟ้องร้องก็ลำบากเพราะตัวเองเป็นคนเลือกที่จะ "ซื้อสินค้า" มาขายต่อเอง
และถึงระบบไม่ล่ม ด้วยระบบ "ต้องทำยอดเพื่อรักษาระดับ" ก็จะเป็นตัวคัดลูกข่ายที่ยอดต่ำให้ออกไปจากปิรามิด โดยจะเจ็บตัวมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับแต่ละลูกข่ายเอง
 
นี่ละครับ "ความแตกต่าง ที่เหมือนกัน" ระหว่าง MLM กับแชร์ลูกโซ่ หวังว่าคงช่วยตัดสินใจให้กับคนที่คิดจะเข้าไปร่วมทำงานใน MLM ไม่ว่าแท้เทียมได้บ้าง
 
และสุดท้ายมีประโยคหนึ่งจากเรื่องคุโรซากิ ที่สารวัตรคาชินะพูดไว้ได้ดีมากสำหรับเกี่ยวกับ MLM เทียมหรือแชร์ลูกโซ่พวกนี้
 
" จุดเด่นของธุรกิจ MLM ก็คือองค์ประกอบที่ว่า - ผู้เสียหายคือผู้ก่อความเสียหายในเวลาเดียวกัน - ถ้าเกิดว่าองค์การความร่วมมือแฝงไปด้วยการต้มตุ๋นจริง ๆ ละก็ แน่นอนว่า คุณที่อยู่ในปิรามิดนั้น รวมถึงชาวเมืองทุกคนที่อยู่ในองค์การความร่วมมือคืออาชญากรครับ อย่าลืมเรื่องนั้นซะละครับ "
 
ธุรกิจ MLM ที่ทำแบบตรงไปตรงมาก็มีอยู่ แต่พวกที่กะหาเงินจากการระดมทุนก็มีอยู่เยอะ
ดังนั้นหากคุณไปเข้าร่วมกับพวกนี้โดยไม่ศึกษาให้ดีก่อน จะมาร้องว่าผมถูกโกงทีหลังไม่ได้นะครับ ~ /เผ่น
 
 
ลิงค์ที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากจะทำงานกับธุรกิจ MLM
 
http://ihere-herbalife.exteen.com/ ประสบการณ์จากคนที่เคยทำงาน MLM
 
โดยเฉพาะอันนี้ http://ihere-herbalife.exteen.com/20100624/entry-3
 
http://thaimlm.info/b56/global-advertising/ GA กับ Agel ในมุมมองคนทำ MLM
 
 

edit @ 24 Nov 2010 14:02:25 by โชคุง

edit @ 24 Nov 2010 17:09:13 by โชคุง

2007/Oct/18

    ขอเพิ่มเติมอะไรอีกนิดจาก Entry ที่แล้วครับ พอดีนึำกขึ้นได้ว่ามีข้อเตือนใจอันหนึ่งที่เจอบ่อยจากงานที่เกี่ยวข้องอยู่

    ช่วงหลังนี้กล้องดิจิตอลกำลังแพร่หลายมาก ซึ่งอีกไม่นานคงจะแทนที่ฟิลม์ และตอนนี้คิดว่าคนส่วนใหญ่คงจะเอาการด์ที่ถ่ายมาไปสั่งอัดที่ร้านถ่ายภาพกันเยอะแล้ว         ซึ่งตัวนี้ผมต้องขอเตือนอย่างจริงจังครับ ทั้งร้านถ่ายภาพและลูกค้า ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมามี virus แพร่ระบาดอย่างหนักในวงการร้านถ่ายภาพ สาเหตุก็เพราะ ลูกค้าเอาการ์ดที่ติด virus มาโหลดรูปเพื่ออัดที่ร้านถ่ายภาพ และทำให้เครื่องรับภาพอันนั้นติดไปด้วย พอลูกค้าคนใหม่เอาการ์ดมาอัด ก็จะพลอยติด virus แพร่กระจายไปอีก อย่างน้อยช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ผมได้รายงานจากลูกค้าที่เป็นร้านถ่ายภาพไม่ต่ำกว่า 20-30 รายที่ต้อง format เครื่องใหม่จากการติด virus ซึ่งกรณีนี้ผมมีข้อแนะนำดังนี้ครับ

สำหรับลูกค้า -

    - กรณีนำการ์ดไปอัดภาพที่ร้านค้า ควร back up ภาพไว้ที่เครื่องตัวเองก่อน ป้องกันการสูญหายหรือต้อง format การด์ใหม่

    - การ์ดที่นำไปอัดที่ร้านถ่ายภาพ ควร เปิด Write Protect เพื่อป้องกันการเขียนข้อมูลใหม่ลงไประหว่างนำไปอัดต่อ ซึ่งการ์ดที่มีตัว write protect นี้จะมีเป็นรุ่น ๆ ไปครับ

    - หากการ์ดของคุณไม่มี write protect ควรใช้วิธีิก็อปลงเครื่อง และเขียนเป็นแผ่น CD นำไปสั่งอัดดีกว่า เพราะ CD เดี๋ยวนี้ราคาถูก คุ้มกว่าต้อง format เครื่องมาก แถมถ้าเขียนแบบไม่ปิดแผ่น (multisession) ยังสามารถนำมาเขียนต่อเรื่อย ๆ ได้อีก ตัว CD เองก็จะไม่มีทางติด virus ถ้าหากไม่มีการเขียนจากเครื่องที่ติดอีกด้วย

    - หากนำการ์ดไปอัดมาจากร้านถ่ายภาพ ควรแสกน virus ด้วย antivirus ตัวอัพเดทที่สุดทุกครั้ง ป้องกันไว้ก่อน

    - หากการ์ดติดไวรัส วิธีที่ดีที่สุดคือ Format ใหม่ และการ Format ที่เหมาะสมคือใช้กล้องในการ Format เพราะเคยเจอมาในบางกรณีที่ Format ด้วยคอมพิวเตอร์แล้ว การ์ดกลับไม่สามารถใช้งานกับกล้องได้อีก

 สำหรับร้านค้า -

    - ติดตัว Antivirus ไว้ในเครื่องรับงาน และอัพเดทผ่านอินเตอร์เน็ตอย่างสม่ำเสมอ (อย่างน้อยที่สุดควรจะเป็นเดือนละครั้ง) เน้นว่า Antivirus ที่ไม่อัพเดท ติดไม่ติดก็ไม่ต่างกัน

    - ควรแยกตัวเครื่องรับงานออกจากระบบเน็ตเวริค์หลักภายในร้าน เพราะส่วนใหญ่ virus จะระบาดผ่านทางเน็ตเวิร์คภายในได้ง่าย

    - หากเครื่องติดไวรัส ควรรีบ Format เครื่อง และตรวจสอบ virus กับเครื่องที่อยู่ร่วมใน เน็ตเวิร์คทันที  

    สรุปแล้วทั้งสองทาง ควรช่วยกันระวังครับ เพราะมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งคู่

 

 



Shinjo Sho
View full profile