2008/Feb/18

เรื่องเล่า -  

    เย็นวันหนึ่ง เด็กชายคนหนึ่งกำลังเดินกลับบ้าน ในต่างจังหวัดแบบนี้ พอเริ่มตกเย็นแสงแดดโรยรา คนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยอยากออกมาจากบ้านกันเท่าไหร่แล้ว ในวันนี้ก็เหมือนกัน ทางเดินเข้าหมู่บ้านดูวังเวง แค่เพียงเขากลับเย็นกว่าปรกติหน่อยเดียว คนที่ปรกติจะเดินกลับด้วยกันบ่อย ๆ ก็ไม่มีซะแล้ว

    ตะวันเริ่มจะลับขอบฟ้าไป ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากสีส้มแดงเป็นสีน้ำเงินเข้ม... เสียงนกกาบินกลับรัง ขับบรรยากาศให้วิเวกไปกว่าเดิม

    เด็กน้อยมองไปรอบตัว พยายามหาใครสักคนมาเดินเป็นเพื่อน แต่รอบตัวในทางเส้นนั้นไม่มีใครเลย...  จึงได้แต่กลั้นใจเดินต่อไป พยายามจ้ำเอ้าเพื่อไปถึงบ้านแถวนั้น เร็ว ๆ ความกลัวของเด็กคนนั้นก็มีแต่เรื่องผีที่มีคนเห็นกันบ่อย ๆ แถว ๆ ทางแยกข้างหน้า เขาไม่อยากจะไปถึงทางแยกนั้นตอนที่มันมืดสนิทแล้วเลย...

    แล้ว เขาก็ได้ยินเสียง.... เสียงรถดังมาจากข้างหลัง เขาหันกลับไปมองเพื่อว่าจะเป็นรถของคนรู้จัก... แสงไฟสูงจากรถนั้นแยงตาเขา ก่อนจะพยายามเพ่งดูอีกอึดใจพร้อมกับเห็นรถตู้สีเทาเข้ม ไม่มีใครแถวนี้ขับรถตู้แบบนี้... เขาถอนหายใจเฮือกเพราะคงเป็นรถของคนในเมืองขับผ่านมา หรือจะหลงทางมาก็ไม่รู้ เพราะหมู่บ้านนี้ ปรกติแล้วไม่ค่อยมีรถผ่านอีกแล้วตั้งแต่หลวงเขาตัดถนนเส้นใหม่ bypass หมู่บ้านไป..

    เขาหันหลังกลับและเดินต่อไป ขับเดินชิดของทางมากขึ้น รอคอยให้รถตู้ขับผ่านไป เสียงรถตู้ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ดูเหมือนว่า เขาจะขับช้าลง ช้าลง ทำให้ไม่ผ่านไปเสียที จนเด็กชายชักรำคาญ...

    และแล้วรถตู้ก็แล่นช้าเกือบคลาน ผ่านเด็กชายไป.... และเมื่อผ่านไปก็เร่งความเร็วหายไป... ที่ ๆ เด็กชายเคยยืนอยู่นั้น มีเพียงรองเท้านักเรียนสีน้ำตาลข้างหนึ่งตกอยู่ ไม่มีเด็กชายคนนั้นอีก..

    วันรุ่งขึ้นข้างต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากทางออกหมู่บ้านนัก พ่อแม่ต้องร่ำให้กับร่างของเด็กชายที่ไร้ชีวิตที่เหมือนถูกทิ้งลงมาจากรถที่กำลังวิ่ง ส่วนท้องของเด็กน้อยถูกเปิดออก ไต ตับของเขาหายไป....  พร้อมกับรถตู้สีเทาเข้มคันนั้น

 

แล้วมันจริงไหม -

     เรื่องแก๊งค์รถตู้ลักพาเด็กนี้ เป็นหนึ่งในเรื่องเล่า urban legend ที่เก่าแก่มาก ๆ เลยครับ ตั้งแต่สมัยผมยังเรียนอยู่ประถม พ่อแม่ก็เตือนให้ระวังเรื่องนี้กันแล้ว แต่จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้มีมูลเหตุมากน้อยแค่ไหนกัน เรื่องเแก๊งค์ลักเด็กนั้นคงต้องยอมรับกันก่อนว่ามีแน่นอนครับ จุดประสงค์ต่าง ๆ กันไป ทั้ง ลักพาเรีียกค่าไถ่ หรือนำไปขาย หรือเพื่อเอาไปเป็นเครื่องมือทางเพศ แต่ที่น่าแปลกคือ เมื่อมีเรื่องราวเกี่ยวกับการลักพาตัวเด็ก มักจะมีข่าวลือถึงแก๊งค์รถตู้ขึ้นมาพร้อม ๆ กันด้วย นั่นอาจจะเป็นเพราะว่า รถตู้เป็นรถที่มักจะปิดฟิลม์หนาทึบ ทำให้มองไม่เห็นภายในรถ และมีขนาดใหญ่พอกับการใช้งานในการลักพาเด็ก ทำให้ไม่ว่าจะเป็นความจริงหรือไม่ที่แก๊งค์ลักพาตัวเด็กใช้รถตู้เป็นพาหนะ แต่ก็ถูกเกี่ยวโยงเข้าไปแล้ว ซึ่งเป็นไปได้อีกว่า อาจจะมีผู้ใหญ่เห็นรถตู้ที่ไม่อยู่ในหมู่บ้านขับผ่านไปในช่วงเวลาเดียวกันที่เด็กหาย จึงผูกเรื่องโยงกันไว้ ซึ่งถ้าดูกันดี ๆ ถึงไม่มีเด็กหายความจริงอาจจะมีรถตู้วิ่งผ่านอยู่บ่อย ๆ ไปอยู่แล้วก็เป็นได้ ดังนั้น ถ้าตรวจสอบถึงความเชื่อมโยงระหว่างแก๊งค์ลักพาตัวเด็ก จะเห็นว่า นอกจากความน่าจะเป็นที่แก๊งค์พวกนี้น่าจะใช้รถตู้แล้ว ถ้าตรวจสอบข่าวดูจะพบว่า เกือบทั้งหมดรู้ตัวเมื่อเด็กหายตัวไปแล้ว ไม่ใช่เห็นรถตู้ลักพาตัวไปกับตา 

    แต่โดยรวมแล้ว ผมก็คงไม่ได้สรุปนะครับว่าแก็งค์ขโมยเด็กกับรถตู้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่ดูเหมือนว่า ทุกครั้งที่มีการหายตัวของเด็กเพราะแก๊งค์นี้ กลับถูกโยงเข้ากับรถตู้อย่างประหลาดนั่นเอง ซึ่งแนวคิดแบบนี้อาจจะทำให้ตำรวจเดินทางผิดไปกับคำเล่าลือได้ ขอยกตัวอย่างข่าวมาซักสองสามกรณีครับ

แถลงการณ์ - ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์แก๊งค์รถตู้ลักพาตัวเด็ก
ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา - [ 31 มี.ค. 50, 18:44 น. ]

นับจากวันที่ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ได้รับแจ้งเหตุแก๊งค์รถตู้ลักพาตัวเด็กชาย 2 คน ในเขตพื้นที่กระทุ่นแบน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2549 จนถึงวันนี้เป็นเวลาสามเดือนแล้ว ที่ยังไม่ทราบข่าวคราวชะตากรรมของเด็กทั้งสองราย

หลังจากที่มีการเผยแพร่ข่าวแก๊งค์รถตู้ลักเด็ก ออกไปสู่สายตาประชาชน พบว่า มีการแจ้งเบาะแสของแก๊งค์รถตู้ เข้ามาที่ ศูนย์ข้อมูลคนหาย เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น จ.ศรีษะเกษ จ.ชัยนาท จ.เพชรบุรี จ.ราชบุรี ที่มีข่าวแก๊งค์รถตู้ออกอาละวาด เจ้าหน้าที่ของศูนย์ข้อมูลคนหาย จึงได้ประสานงานไปสอบถามข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ทราบว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ในบางกรณีเป็นเพียงคำพูดของคนในพื้นที่ ที่ไม่มีหลักฐานการแจ้งความอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่า เป็นเพราะทางครอบครัวของเด็กไม่ประสงค์จะแจ้งความ หรือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ เพราะคิดว่าเป็นกรณีของเด็กพลัดหลง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการปกปิดข้อมูล เพราะกลัวว่าหากมีข่าวเด็กถูกลักพาตัวไปจากพื้นที่ของตน อาจทำให้ถูกตำหนิ

นอกจาก กรณีที่เด็กถูกแก๊งค์รถตู้ลักไปนั้น ทางศูนย์ข้อมูลคนหาย ยังได้รับแจ้งว่า มีเด็กชาย 2 คนอายุประมาณ 10 ปี หายตัวไปจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านบางกะปิ เนื่องจากถูกแก๊งค์มิจฉาชีพล่อลวง ซึ่งขณะนี้ทางครอบครัวได้ตัวเด็กกลับมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิด ทั้งยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงเรื่องดังกล่าว ศูนย์ข้อมูลคนหายฯ มูลนิธิกระจกเงา จึงขอเรียกร้องให้ทางสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว เจ้าของท้องที่ออกมาชี้แจงถึงภัยที่เกิดขึ้นถึง ลักษณะรูปพรรณของผู้ต้องหาที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ รวมถึงทำหนังสือติดประกาศข้อควรระวังให้ผู้ประกอบการในห้าง และผู้ที่เข้ามาใช้บริการได้ทราบว่า ควรมีการให้คำแนะนำบุตรหลานว่าอย่าหลงเชื่อคนแปลกหน้า

หลานของตนอย่างไร หากมีบุคคลแปลกหน้ามาแอบอ้างว่า รู้จักกับผู้ปกครองของเด็ก และผู้ปกครองของเด็กเป็นคนขอให้มารับตัวเด็กกลับบ้านแทน เพื่อเป็นการป้องกันเด็กถูกล่อลวง

ซึ่งในเรื่องนี้ศูนย์ข้อมูลคนหายฯ มูลนิธิกระจกเงา อยากเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งมีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง ออกมาชี้แจงถึงข่าวที่เกิดขึ้นกับประชาชน ว่ามีข้อเท็จจริงประการใด ทั้งควรมีการออกมาตรการมารับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงคำแนะนำในกรณีที่ทางครอบครัวมีข้อสงสัยนั้น สามารถติดต่อสอบถามไปที่หน่วยงานใดได้บ้าง

และจากข่าวแก๊งค์รถตู้ลักเด็กที่มีการประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ นั้น ทำให้ผู้ปกครองเกิดความหวาดกลัวว่าบุตรหลานของตนจะถูกลักพาตัว บางครอบครัวไม่ยอมให้ลูกของตนเข้าใกล้รถตู้ เพราะกลัวว่าจะถูกจับตัวไป ในขณะที่บางครอบครัวไม่กล้าให้ลูกของตนออกมาเล่นนอกบ้าน เพราะไม่แน่ใจในความปลอดภัยของเด็ก ศูนย์ข้อมูลคนหาย ขอชี้แจ้งให้ทราบว่า ข่าวแก๊งค์รถตู้ที่มีการพูดกันตามเขตพื้นที่ต่างๆ นั้น เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าเป็นเพียงข่าวลือ จึงขอให้ผู้ปกครองอย่าตื่นตระหนกเกินไป และให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องข่าวลือในพื้นที่ได้จากสถานีตำรวจท้องที่ของท่าน

แต่ทั้งนี้ จากสถิติของ ศูนย์ข้อมูลหาย พบว่านับตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน มีเด็กหายตัวจากบ้านจากสาเหตุต่างๆกว่า 400 ราย ทางครอบครัวจึงควรป้องกันภัย โดยการให้ความรัก และความเอาใจใส่แก่บุตรหลานของตน ก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายขึ้น

ทั้งนี้ หากผู้ใด พบเห็นหรือรู้เบาะแส แก๊งค์รถตู้ลักพาตัวเด็ก สามารถโทรแจ้งได้ที่ ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา โทรศัพท์ 02-6427991 E-mail : info@backtohome.org สามารถดูรายละเอียดได้ที่เวปไซค์ www.backtohome.org

 

 

หัวข้อ : เตือนพ่อแม่ ระวังแก๊งรถตู้ ตระเวนลักเด็ก

 

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. น.พ.พลเดช ปิ่นประทีป รมช.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) เปิดเผยกรณีปัญหาแก๊งลักเด็กอาละวาดหลายพื้นที่ ในช่วงปิดเทอม ว่า

ข่าวแก๊งลักเด็กหรือรถตู้ออกไปลักตัวเด็กได้ยินมา 4-5 เดือนแล้ว ในพื้นที่จ.สมุทรสาคร และอุดรธานี ช่วงนี้ยังมีข่าวต่อเนื่องว่าเด็กหายทั้งในเขตกทม.และต่างจังหวัด ถึงเวลาต้องมีการเคลื่อนไหวตื่นตัวทางสังคมแล้ว โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม เด็กเล็กซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของแก๊งลักเด็ก อาจต้องอยู่บ้านคนเดียว หรือเดินทางออกนอกบ้าน ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกลักพาตัว อยากเรียกร้องให้มีการเฝ้าระวังเด็กโดยคนในครอบครัว ชุมชน ผู้ปกครอง โรงเรียน สถานที่เลี้ยงเด็ก ช่วยกันดูแลเด็กในระหว่างเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทั้งนี้หากเกิดเหตุจะต้องมีศูนย์แจ้งข่าว ขณะนี้กระทรวงมีศูนย์รับแจ้งเหตุเด็กถูกลักพาตัว เด็กหาย สามารถโทร.สายด่วน 1300 ศูนย์ประชาบดี หรือสายด่วน 1111 ของรัฐบาล หรือโทร. 191 ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลเป็นเครือข่ายเดียวกันทั้งหมด

"ขณะนี้กระทรวงพม.โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเตรียมเคลื่อนไหวในการป้องกัน แก้ปัญหาและเตือนภัยเรื่องนี้อย่างตื่นตัวทุกพื้นที่ ทั้งภัยรถตู้หรือรูปแบบอื่น ทั้งนี้ในส่วนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด(พมจ.) จะเข้าไปเป็นตัวกระตุ้นเตือนสังคม และประสานกับจังหวัดในการแก้ปัญหาลักเด็กโดยเร็ว" น.พ.พลเดช กล่าว

ส่วนความคืบหน้ากรณีนายคุณทวี สุขศรี อายุ 39 ปี เข้าแจ้งความสน.ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมาว่าด.ช.ธรรมนูญ หรือโชค สุขศรี อายุ 11 ขวบ บุตรชายหายตัวไปจากห้างเดอะมอลล์ บางกะปินั้น วันเดียวกันนี้ นายคุณทวี เปิดเผยว่า ขณะนี้พบตัวบุตรชายที่หายไปแล้ว ในวันเกิดเหตุ บุตรชายและกลุ่มเพื่อนขออนุญาตไปเดินเที่ยวและดูหนังที่ห้างดังกล่าว จากนั้นมีชายคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นตำรวจหลอกว่าจะพาไปเป็นสายลับ เพราะจะมีเงินไว้ซื้อของเล่น ขณะนั้นมีกลุ่มเพื่อนของลูกนั่งอยู่ด้วย แต่ชายคนดังกล่าวพาลูกตนไปเพียงคนเดียว ตนจึงเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน และส่งอีเมล์ขอความช่วยเหลืออีกทาง จากนั้นไม่นานได้รับการติดต่อจากชายที่ลักพาตัวลูกไป โดยชายคนดังกล่าวต้องการเงินเพื่อเป็นค่าไถ่ตัวบุตรชาย และนัดให้นำเงินไปให้ที่หน้าม.รามคำแหง ในวันที่ 11 มี.ค.เวลา 13.00 น. ตนจึงไปตามนัดในที่สุดตนก็ได้บุตรชายคืนอย่างปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีข่าวลือสะพัดทั่วประเทศว่า มีแก๊งรถตู้ออกอาละวาดจับเด็กนักเรียนไปเรียกค่าไถ่ ทั้งที่จ.กระบี่ นครราชสีมา สมุทรสงคราม ราชบุรี สมุทรสาคร และสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งตรวจสอบเข้ม

วันเดียวกัน นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา เปิดเผยว่า จากสถิติการเก็บข้อมูลคนหายทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบัน พบว่ามีผู้สูญหายทั้งหมด 755 ราย เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั้งหมด 400 ราย โดยสถิติเด็กสูญหายในช่วงปิดเทอมจะสูงที่สุด สถิติการสูญหายของเด็กอายุระหว่าง 0-10 ปี จำนวน 28 คน อายุระหว่าง 11-15 ปี 223 คน อายุระหว่าง 16-18 ปี 142 คน ทั้งนี้จำนวนผู้สูญหายโดยไม่แยกอายุ ตามภูมิลำเนา พบว่าผู้ที่มีภูมิลำเนาภาคกลาง สูญหายมากที่สุดถึง 444 คน ภาคอีสาน 129 คน ภาคเหนือ 97 คน ภาคใต้ 40 คน ภาคตะวันออก 27 คน และไม่ได้ระบุภูมิลำเนาอีก 18 คน จากจำนวนเด็กสูญหายทั้งหมด พบว่าสาเหตุเนื่องจากถูกลักพาตัว 22 ราย และเกิดในช่วงปิดเทอมมากที่สุด โดยเด็กกลุ่มเป้าหมายที่อาจถูกลักพาตัวมากที่สุดคือ 9-11 ปี และเป็นเด็กที่มีหน้าตาน่ารัก ไม่จำกัดฐานะ กรณีตัวอย่างของเด็กอายุต่ำสุดที่ถูกลักพาตัว คือเด็กอายุ 6 เดือน

 

 

 "แก๊งลักเด็กอาละวาดหนัก"

อายุต่ำสุดเพียง 6 เดือน ไม่เลือกเพศชายหรือหญิง โรงเรียนในพื้นที่ร่อนหนังสือถึงผู้ปกครองดูแลลูกอย่างใกล้ชิด พม.ส่งหนังสือถึงผู้ว่าฯ-พมจ.ทั่วประเทศประกาศเตือน ประชาชนป้องกันเด็กถูกลักพามากขึ้น

นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า มูลนิธิฯได้รับแจ้งขณะนี้แก๊งค์รถตู้ลักเด็กออกอาละวาด โดยสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน มีการแจ้งความนักเรียนหาย ถึง 18 ราย อายุต่ำสุดเพียง 6 เดือน และยังไม่สามารถติดตามกลับมาได้ จนชาวบ้านต่างทราบข่าวเรื่องการลักพาตัวเด็กในพื้นที่เป็นอย่างดี กระทั่ง โรงเรียนวัดอ้อมน้อย(มิตรครูราษฎร์รังสรรค์) ได้ส่งหนังสือเวียน ประกาศเตือนให้ผู้ปกครองคอยดูแลบุตรหลานที่อยู่ในความดูแลของตนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากแก็งค์ลักพาตัวเด็กจะลงมือในช่วงเวลาที่เด็กไม่ได้อยู่กับผู้ปกครอง เช่น ออกไปเล่นนอกบ้าน และนักเรียนตามโรงเรียน เป็นต้น

หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายฯ กล่าวอีกว่า ล่าสุดได้รับแจ้งเหตุ ด.ช.พงษ์เพชร จีนสุกแสง หรือน้องลาภ อายุ 9 ขวบ และด.ช.ชัยภาษ ด่านเกื้อกูล หรือน้องเคน อายุ 11 ขวบ หายออกจากบ้านพักเลขที่ 139/40 หมู่ 13 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร หลังจากขออนุญาตผู้ปกครองออกไปเล่นกับเพื่อนตามปกติ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นเด็กทั้งสองอีกเลย จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 1 เดือน ที่ยังไม่ทราบข่าวคราวชะตากรรมของเด็กทั้งสองราย มีเบาะแสเพียงชาวบ้านที่อยู่ในซอยเพชรเกษม 91 ซึ่งพบเด็กทั้งสองคนเป็นครั้งสุดท้าย ทราบว่าเด็กทั้งสองมาเล่นน้ำในซอยดังกล่าว ต่อมามีคนเห็นรถตู้สีเทา ไม่ทราบทะเบียน ติดฟิล์มกรองแสงหนาทึบ แล่นเข้าไปในซอย หลังจากนั้นไม่นานก็ขับออกมา และไม่มีใครพบเห็นเด็กทั้งสองคนอีกเลย

"เตือให้ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด"

นายเอกลักษณ์ กล่าวต่ออีกว่า การดำเนินการล่าสุดศูนย์ข้อมูลคนหายฯ ได้ประสานงานกรณีดังกล่าว ไปยัง ผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำความผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร และ ผู้กำกับการศูนย์สวัสดิภาพเด็ก เยาวชน และสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการสืบสวนเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นภัยร้ายที่คุกคามสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็ก ทั้งนี้ ผู้ใดพบเห็นหรือรู้เบาะแสแก๊งค์รถตู้ลักพาตัวเด็ก โทรแจ้งได้ที่ศูนย์ข้อมูลคนหายฯ โทร. 0-2642-7991-2 หรือ E-mail : info@backtohome.org

แก๊งค์มิจฉาชีพนี้จะเล็งเด็กที่อยู่โดยลำพังแล้วเข้าไปตีสนิท ด้วยการหลอกว่าจะพาไปซื้อขนมหรือของแล่น ทำให้เด็กหลงเชื่อและตามไป จากนั้นก็จะจับเด็กขึ้นรถตู้ที่ติดฟิล์มทึบ โดยจะตระเวนลักเด็กทั้งชายและหญิงให้ได้จำนวนหนึ่ง ก่อนจะพาไปคุมขังที่บ้านหลังหนึ่ง จึงจะทำการจัดส่งเด็กไปตามที่ที่ลูกค้าต้องการต่อไปนายเอกลักษณ์กล่าว

 

 

            จากข่าวจะเห็นว่า โดยส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นอย่างที่พูดถึงครับ คือไม่ได้มีคนเห็นรถตู้จับเด็กจริง ๆ แค่มีข่าวที่ 3 ที่บอกว่าเห็นรถตู้ผ่านเข้ามา ดังนั้นแล้วแก๊งค์รถตู้ลักพาเด็กนี้จะเป็นแค่เรื่องเล่าหรือความจริง คงต้องพิจรณากันดูครับ แต่ไม่จำเป็นต้องคลายความระมัดระวังตัวลงไป

            และจากเรื่องเล่าครับ จะเห็นว่ามีเรื่องของการค้าอวัยวะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คือเด็กถูกเอาอวัยวะไป อันนี้นะครับเท่าที่เคยตรวจสอบแพทย์ส่วนใหญ่ยืนยันว่า การที่จะทำการผ่าตัดเอาอวัยวะของคนเพื่อนำไปขายต่อนั้น ไม่สามารถทำได้ง่าย ๆ ภายในรถตู้ครับ เพราะจำเป็นต้องมีห้องที่ปลอดเชื้อเพื่อไม่ให้อวัยวะนั้นติดเชื้อ ไม่เช่นนั้นก็คงเอาไปขายไม่ได้ การที่จะทำให้รถตู้เป็นรถผ่าตัดเคลื่อนที่คงต้องเป็นรถมีขนาดใหญ่จนผิดปรกติมาก ๆ และยังต้องมีกระบวนการเก็บรักษาอวัยวะอีก ซึ่งเท่าที่ค้นหาดู ดูเหมือนว่าเรื่องที่แก๊งค์ค้าอวัยวะผ่าเอาจากคนที่จับมาบนรถตู้แล้วทิ้งศพออกมานั้น คงเป็นเรื่องเล่าต่อยอดจากแก๊งค์รถตู้ขโมยเด็กอีกทีครับ ซึ่งเรื่องแก๊งค์ค่าอวัยวะนี้ ในต่างประเทศอย่างอเมริกาเองก็มีเรื่องเล่าสุดคลาสสิค เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่ไปตกสาวได้คนหนึ่งในบาร์ รุ่งเช้าพบตัวเองอยู่ในโรงแรม ในอ่างอาบน้ำแช่อยู่ในอ่างที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง และที่ท้องตัวเองก็มีช่องเปิดที่ไตหายไปข้างหนึ่งอยู่ด้วย และบนกระจกเขียนเบอร์ให้ติดต่อกับโรงพยาบาลพร้อมสรรพ ช่างเป็นแก๊งค์คุณธรรมอะไรอย่างนี้ หุหุ ซึ่งก็เป็นแค่เรื่องเล่าอีกเหมือนกันครับ ไม่มีมูลหรือคดีดังกล่าวจริง ๆ

            ขอสรุปเรื่องเล่านี้ด้วยประกาศฉบับนี้ละกันครับ

 

แถลงการณ์ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ลักพาตัวเด็ก ฉบับที่ 2
ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา - [ 16 มิ.ย. 50, 01:32 น. ]

ในปัจจุบัน ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ได้เคยรับแจ้งเหตุลักพาตัวเด็กจากสถานที่สาธารณะ อาทิเช่น สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น หรือห้างสรรพสินค้า

ล่าสุด ได้มีการจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุลักพาตัวเด็กในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านงามวงศ์วาน ซึ่งคนร้ายได้เคยก่อเหตุลักพาตัวเด็กในลักษณะดังกล่าวมาก่อนแล้ว แต่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้มีการดำเนินการในเรื่องของการประชาสัมพันธ์เรื่องดังกล่าวให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังภัยที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการจับกุมตัวผู้กระทำความผิดอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้น ผู้กระทำความผิดอาจก่อเหตุซ้ำซากดังเช่นที่ผ่านมา

ซึ่งลักษณะและวิธีการล่อลวงเด็กของเหล่ามิจฉาชีพ มีดังนี้
1. ใช้วิธีการเข้ามาตีสนิทกับเด็ก โดยการซื้อขนมให้ทาน รวมถึงการชักชวนให้เด็กไปเล่นเกม
2. อ้างว่าผู้ปกครองของเด็กขอให้มารับกลับบ้านแทน เนื่องจากผู้ปกครองของเด็กประสบอุบัติเหตุไม่สามารถมารับได้
3. กล่าวหาว่า เด็กได้กระทำความผิด จึงจะนำตัวเด็กไปสอบสวน
4.
กรณีการลักพาตัวเด็กนั้น สามารถกระทำได้หลายวิธีไม่ใช่แก๊งค์รถตู้เพียงอย่างเดียว โดยคนร้ายอาจใช้วิธีอื่น เพื่อทำให้เด็กหลงเชื่อ และยังทำให้บุคคลอื่นไม่สงสัยตนเอง

และสถานที่ ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงภัยต่อการถูกลักพาตัว คือ
1. ห้างสรรพสินค้า
2. สวนสาธารณะ
3. สนามเด็กเล่นใกล้บ้าน

จากเรื่องดังกล่าว ทางศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา จึงขอเสนอข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้
1. ขอให้มีการประชาสัมพันธ์เรื่องดังกล่าวตามสื่อต่างๆ อย่างเร่งด่วน ในกรณีที่มีเด็กหายตัวไป
2. ขอให้มีการประกาศเตือนภัยเด็กหาย ตามสถานที่ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย
3. ขอให้มีการจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในการฝึกสังเกตและเฝ้าระวังผู้ที่เข้ามาใช้บริการในห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรมีการให้คำแนะนำบุตรหลานว่า ไม่ควรหลงเชื่อบุคคลแปลกหน้า หากมีบุคคลแปลกหน้ามาแอบอ้างว่า รู้จักกับผู้ปกครองของเด็ก และผู้ปกครองของเด็กเป็นคนขอให้มารับตัวเด็กกลับบ้านแทน ขอให้เด็กอย่าหลงเชื่อ และตรวจสอบด้วยการโทรศัพท์สอบถามผู้ปกครอง
และจากสถิติของ ศูนย์ข้อมูลหาย พบว่านับตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน พบว่า มีเด็กหายตัวจากบ้านจากสาเหตุต่างๆ กว่า 400 ราย ทางครอบครัวจึงควรป้องกันภัย โดยการให้ความรัก และความเอาใจใส่แก่บุตรหลานของตน ก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายขึ้น

ทั้งนี้ หากผู้ใด พบเห็นหรือรู้เบาะแสเด็กถูกลักพาตัว สามารถโทรแจ้งได้ที่ ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา โทรศัพท์ 02-6427991 E-mail : info@backtohome.org สามารถดูรายละเอียดได้ที่เวปไซค์ www.backtohome.org

edit @ 18 Feb 2008 18:39:46 by โชคุง

Comment

Comment:

Tweet


Shinjo Sho
View full profile