2009/Aug/14

          ช่วงนี้ติดดราม่าจริง ๆ ครับ แค่ไม่ใช่ดราม่าในทีวีในละคร แต่เป็นดราม่าในชีวิตจริง

          เริ่มจาก เจ้าชายรองเท้าแดง 

          ตามมาติด ๆ ก็ ฮูฒันร่า เจ้าสำนักผู้มากจากดาวไซย่า

          และช่วงนี้ที่กำลังสนุกร้อนแรงก็ NPFaster : Anti-Gravity เครื่องแรกของโลกโดยฝีมือคนไทย

          และ นาย บ. ที่มาคู่กับนาย ช.

         ใครชอบดราม่า สนุกสนาน เคล้าการตบกัน เชิญได้ที่นี่ครับ

           http://drama-addict.com/

     หมายเหต - หากคุณเป็นคนที่มักจะโพสตอบกระทู้ประมาณนี้

           1. ไม่รู้จะขุดคุ้ยกันไปทำไม

           2. น่าจะเห็นใจคนเหล่านี้บ้าง

           3. น่าจะเลิก ๆ กันได้แล้ว นี่หรือเมืองพุทธ

           4. เลิกแล้วต่อกันเถอะนะ

           5. เห็นใจจัง

           6. เห็นหัวข้อแบบนี้แล้วอยากกดลบ (เขาไม่มีให้ลบด้วยสิ) 

           7. เหล่าสาวกของผู้เป็นเป้าหมาย

       โปรดละเว้นในการเข้าเวปดังกล่าวครับ เวปนี้เขาเน้น drama ล้วน ๆ เข้าไปโพสทำนองนี้จะพลีชีพซะเปล่า ๆ ยกเว้นคุณเป็นกลุ่มชื่นชอบการเป็นเป้าอยู่แล้ว ขอเชิญร่วมสนุกครับ คงได้พลีชีพสมใจ ^^

 ปล. ส่วนตัวไม่ได้ชอบคนตบกันครับ แต่คนบางคนก็ทำตัวให้คนอื่นอยากตบจริง ๆ ละนะครับ


edit @ 14 Aug 2009 03:55:22 by โชคุง

2009/Aug/10

 The Legend of Sun Knight พลิกตำนานเทพอัศวิน / สำนักพิมพ์เอ็นเทอร์บุ๊ค
ISBN 978-611-06-0093-4 / 139 บาท
 
หายไปนานกับการ review หนังสือครับ ต้องยอมรับจริง ๆ ช่วงที่ผ่านมายังไม่มีหนังสือเล่มไหน
"โดน" สุด ๆ จริง ๆ มีเรื่องอ่านได้เยอะพอควร แต่ยังไม่ "โดน" ขนาดจะเอามา review
จนกระทั่งเจอเล่มนี้ครับ
 
จริง ๆ แล้วเล่มนี้ตอนที่หยิบออกมาจากชั้นผมก็ไม่ได้คาดหวังอะไรนัก
กะว่าคงเป็นนิยายแฟนตาซีตามสูตรอีกอันหนึ่ง ที่รวมความคงอ่านได้เรื่อย ๆ
เอามากะคั่นเวลาอ่านพวกหนัก ๆที่อ่านอยู่ประมาณนั้น
 
และก็เพิ่งมาสังเกตุตอนจ่ายเงินแล้วว่า เป็นหนังสือจากจีนอีกต่างหาก ยิ่งรู้สึกว่าคงไม่ไหวแฮะ
เพราะที่ผ่าน ๆ มายังไม่เคยเจอเรื่องที่โดนจริง ๆ จากทางนี้เลย
ส่วนหนึ่งคงเพราะผมเองค่อนข้างแพ้ชื่อจีน เวลาตัวละครออกมามาก ๆ จะจำไม่ค่อยได้
ตัวไหนเป็นตัวไหน ตอนกลับมาถึงบ้านก็เลยไม่ได้เปิดอ่านทันที ไปอ่านเรื่องที่ค้าง ๆ อยู่
 
หลังจากอ่านเรื่องอื่นจนเหนื่อย กะว่าจะไปกินข้าวเลยจับเล่มนี้มา กะอ่านสบาย ๆ เวลากินข้าว
ปรากฎว่า ขำกลิ้ง จนอ่านรวดเดียวจบ!
รู้ตัวอีกทีก็มานั่งอ่านเล่ม 2 ของมันซะแล้ว (เรื่องนี้ออกมา 2 เล่มพร้อมกันครับ ผมก็หยิบมาพร้อม ๆ กัน
กะว่าถ้าดีจะได้ไม่ต้องเดินออกมาซื้อ) 
 
เรื่องนี้ รวมความแล้ว ก็เป็นเรื่องแบบแฟนตาซีแนวญี่ปุ่น มากกว่าที่จะเป็นเรื่องที่เป็นแนวจีน ๆ
คือเป็นยุคสมัยแบบยุคอัศวิน(ขอบคุณพระเจ้าแห่งแสงที่ไม่มีชื่อภาษาจีนปรากฎในเรื่องเลยสักชื่อ)
ที่มีเรื่องของเวทย์มนต์ เทพเจ้าแห่งแสง แห่งความมืด
ซึ่งถ้าถึงตรงนี้ก็คงไม่แตกต่างจากหนังสือแนวนี้ทั่ว ๆ ไปเท่าไหร่
แต่
ที่ทำให้เรื่องนี้ต่างคือ การนำเสนอครับ การนำเสนออีกด้านของเหล่าอัศวินขี้เก็ก
มาตีแผ่ว่า มันก็คนธรรมดาเรานี้เอง อย่างสนุกสนาน ผ่านมุมมองของตัวเอกที่เป็นอัศวินแห่งแสง
 ที่ไม่ค่อยน่าจะเป็นตัวแทนแห่งแสงได้สักเท่าไหร่เลย
 
ซึ่งเรื่องนี้ เนื่องจากการปล่อยมุกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรื่องนี้อ่านแล้วไม่น่าเบื่อครับ
แต่พอจับทางได้แล้ว หลัง ๆ อาจจะสนุกน้อยลงเพราะรู้แกวอยู่บ้าง
แต่พระเอกก็จะทำอะไรให้คาดไม่ถึงอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ทำให้เรื่องสนุกมาก แต่ก็ไม่ใช่สนุกอย่างไร้เนื้อเรื่องซะทีเดียว
 ถือว่าทำเนื้อเรื่องได้สนุกสนาน และน่าติดตามไม่น้อยครับ
 
 ถ้าจะให้คะแนน เรื่องนี้ผมให้ 8.5/10 จริง ๆเรื่องนี้ผมหาข้อเสียไม่เจอเท่าไหร่ แต่พออ่านเล่มสองแล้ว
มันรู้สึกขาด ๆ บางอย่างที่ไม่จุใจเท่าที่ควร แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์สนุกจนอ่านรวดเดียวจบ
 แนะนำให้ใช้อ่านเวลาเครียด ๆ นับว่าคลายเคลียดได้ดีครับ
 
เรื่องย่อ ผมขอยกเอา ตอนท้ายของบทนำลอกมาเลยละกัน มันอธิบายความเป็นเรื่องนี้ได้ดีที่สุดครับ
 
"ลูกเอ๋ย จากวันนี้เป็นต้นไปเจ้าคือผู้รับช่วงตำแหน่งเทพอัศวินครีอุส ขอเพียงเจ้าไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก เมื่อต้องเจอกับอุปสรรคก็ยิ่งแกร่งกล้า แม้ต้องพบกับความเหนื่อยยากหรือกิเลสตัณหา
เจ้าก็ต้องรักษาเกียรติแห่งอัศวินเอาไว้ให้ได้ แล้วเมื่อเจ้าเติบโตขึ้น
เจ้าก็จะได้รับตำแหน่งเทพอัศวินครีอุสต่อจากข้า"
"ท่านอาจารย์ ข้าไม่อยากเป็นแล้วได้ไหม"
"ไม่ได้!"
"ทำไมล่ะขอรับ"
"เพราะขจ้าลืมเตรียมตัวสำรองเอาไว้นะสิ"
"...."
 
ปล. เรื่องนี้ไม่มีเรื่องรักหวานจ๋อย ไม่มีนางเอก ไม่มีเรื่อง Y นอกจากจะจิ้นไปเอง ดังนั้นผู้มองหาเรื่องดังกล่าวอาจจะต้องผ่านเรื่องนี้ไปขอรับ! @.@


edit @ 10 Aug 2009 01:51:55 by โชคุง

2009/Jul/28

     ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ได้เป็นคนที่ติดตามข่าวดาราสักเท่าไหร่ครับ

     มีช่วงนี้เองที่เข้าไปอ่านกระทู้ในพันทิบเกี่ยวกับเรื่องนาธาน ตอนแรกเขาเป็นใครผมยังไม่รุ้จัก (ขอโทษครับ เป็นคนค่อนข้างล้าสมัยเอาการ) อ่านไปเรื่อย ๆ รู้สึกเหมือนยังกับอ่านนิยาย ประเด็นที่ว่าจะจริงเท็จแค่ไหน คงต้องให้เข้าไปหาอ่านกันและตัดสินเอาเองครับ 

 

 

นาธาน โอมาน

 

     แต่ประเด็นจริง ๆ ที่ผมสนใจเรื่องนี้คือ หากเขาโกหกจริง เรื่องนี้ละ เขาทำไปเพื่อผลอะไรหรือเปล่า หรือจริง ๆ แล้วเขามีปัญหาทางจิตจริง ๆ ถ้าเป็นเหตุผลทางจิตประสาท ผมคงต้องขอบาย เพราะไม่ได้เป็นหมอหรือผู้ที่ศึกษาลึกซื้งด้านนี้ ทราบแค่ว่ามีกลุ่มอาการที่ต้องการความสนใจจนถึงต้องสร้างเรื่องต่าง ๆ ขึ้นมาจริง ๆ (เช่น Münchausen syndrome ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นนะครับ แค่ เป็นกลุ่มอาการหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกัน) ผมขอเน้นในประเด็นที่ผมสนใจคือเกี่ยวกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ดีกว่า

     จึงลองพยายามหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติม (จนติดกระทู้นี้งอมแงม)  ทั้งเรื่องการโกงเงินร้าน (จริงเท็จแค่ไหนไม่รู้ครับ ต้องดูกันต่อไปอย่าด่วนสรุป คนเราโกหกเรื่องหนึ่งไม่ได้หมายถึงจะโกหกทุกเรื่อง) เรื่องปัญหาเรื่องทัวร์ แสดงถึงการมีปัญหาด้านการเงินระดับหนึ่ง (อันนี้เขายอมรับเองในการสัมพาทย์ว่ามีปัญหาเรื่องนี้จริง ๆ จะเคลีย์เรียบร้อยแล้วหรือไม่อีกเรื่องนะครับ)  รวมถึงการออกมาให้สัมพาทย์ ว่าเวลาลำบากไม่มีคนเข้ามาช่วยเหลือ แสดงว่าเคยมีช่วงที่ลำบากมาจริง ๆ รวมจากสาเหตุแวดล้อมแล้ว น่าจะเป็นเรื่องการเงินมาก และถ้าหากเป็นเรื่องการเงินแล้ว มันก็ส่งผลให้คิดได้แง่เดียวครับ คืออาจจะเป็นการสร้างภาพเืพื่อเพิ่มเครดิต

     ได้อ่านบางกระทู้ที่มาโพสตอบในพันทิบ เชื่อว่ายังมีคนอีกมากที่มองโลกแง่ดี เช่น

รอให้หนังออกมาก่อน มีนาธานรึไม่มีนาธาน

ถ้าคุณคิดจะทำร้ายผู้อื่น ชีวิตของผู้อื่นด้วย internet ก้อยังไม่สาย


จขกท. ว่างมากนักเหรอ ถึงมาขุดคุ้ย ชีวิตคนอื่นมาคอยจับผิดคนอื่น

เค้าไม่ได้อะไรจากการโกหก

จขกท.... ต้องการอะไรถึงเปิดประเด็นไม่ทราบ

ชอบเห็นคนอื่นมีความทุกข์มากเหรอ ถ้านาธานเป็นญาติคุณ เป็นคุณเอง

ที่ต้องโดนผู้คนเคลือบแคลง ต้องถูกว่าเป็นคนลวงโลก

คุณจะรู้สึกอย่างไร...

ถ้ามีหนังเรื่องนี้ออกมาจริงๆ พวกคุณกล้าออกมาขอโทษเค้าไม๊นี่...

เวลาคนล้มรุมจิก คนทำดีไม่พูดถึง สังคมเลวทรามจริงๆ จิตใจต่ำ

      จริง ๆ แล้วก็จริงของเขาที่ควรจะรอให้เรื่องจริงเผยมาก่อนก็ยังไม่สาย ผมก็เห็นด้วยครับ ว่าไม่ควรพิพาทษาใครทั้ง ๆ ที่ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน แต่เอาเป็นว่าเรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องสมมุติที่ผมมองโลกแง่ร้ายสุด ๆ เป็นคนคิดขึ้นมานะครับ และขอยืนยันที่นี้ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องจริงแม้แต่เสี้ยวเดียว และมันเป็นเรื่องที่ถ้ารอจนให้เรื่องมันเกิดขึ้นมันก็สายไปแล้ว

     ถ้า เน้นครับ "ถ้า" เขาโกหก ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอกนะครับ การได้เครดิตจากการเป็นดาราที่มีค่าตัวเป็นล้าน USD มีประโยชน์มาก ๆ ๆ จนคุณอาจจะนึกไม่ถึงครับ

     "สมมุติว่า" เขากำลังมีปัญหากับแหล่งการเงินต่าง ๆ จริง การเป็นดาราครั้งนี้จะทั้งเป็นการซื้อเวลา และช่วยยกระดับเครดิตของเขาขึ้นเป็นอย่างมาก เขาสามารถอ้างกับแหล่งการเงิน หรือเพื่อน หรือเจ้าหนี้ต่าง ๆ ได้ว่า เงินยังไม่สามารถออกได้จนกว่าหนังจะจบ หรืออย่างน้อยก็อีก ครึ่งปีเป็นอย่างน้อย ถือว่าเป็นการซื้อเวลาได้มากมายแต่ในกรณีนี้ก็ยังถือว่า ไม่ได้จบแบบเลวร้ายอะไรนักนอกจากเป็นการซื้อเวลาของเขาเอง เป็นรื่องของเจ้าหนี้ลูกหนี้จะตกลงกันภายหลัง แต่ถ้าเป็นอีกแบบละ

     "สมมุติว่า" ตอนนี้เขากำลังหาทางรวมทุนสักอย่างหนึ่ง โดยอาจจะบอกว่าเพื่อทำธุรกิจที่นั่นที่นี่ แล้วประกาศรวมทุนจากแหล่งต่าง ๆ แม้แต่ส่งเรื่องขอกู้เงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ หรือแม้แต่เพื่อน

     "หากว่า" เขาเป็นแค่คนเคยเป็นนักร้องของ RS ที่เคยทำธุระกิจส่วนตัวมาบ้าง กับเป็น Holywood star ที่กำลังจะได้เงินถึง 40 ล้านอยู่ในมืออยู่แล้ว (และอาจจะมีอีก 80 ล้านหรือมากกว่าตามมา) คุณคิดว่า อย่างไหน จะได้รับความเชื่อถือมากกว่ากันครับ อย่างไหนจะทำให้ผู้ร่วมลงทุนมีความสบายใจในการลงทุนมากกว่ากันครับ (ไม่ว่าจะมีจริงหรือไม่)

     ความเชื่อถือนี่แหละครับมีค่ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด อนึ่งขอสมมุติต่อว่า ""ถ้า" คนที่ทำแบบนี้เป็น 18 มงกุฎ เขาจะไม่รอให้เรื่องทั้งหมดแดงออกมาหรอกครับ ก่อนจะถึงตอนนั้น เขาจะหอบเงินที่ได้มาจากผู้ลงทุนทั้งหลายบินหนีไปประเทศไหนต่อไหนแล้ว " ไม่จำเป็นต้องมาอยู่รอรับผลของเรื่องที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยนิดครับ

     อนึ่ง ผมเน้นนะครับว่าทั้งหมดนี้ผมสมมุติขึ้นมาทั้งหมด  เกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์จากการโกหกครั้งนี้เท่านั้นครับ ไม่ได้บอกว่า นาธานได้โกหกหรือมีแผนจะทำอะไรแบบนี้ทั้งสิ้น อย่าเอาเรื่องนี้ไปต่อเป็นประเด็นนะครับ แค่ตระหนักรู้ไว้ว่า โลกนี้มันมีอะไรแบบนี้อยู่ด้วยครับ ไม่งั้น คงไม่เกิดกรณี Bernard Madoff ในอเมริกาได้หรอกครับ ถ้าไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้สามารถนำชื่อไป search ใน googel ได้ครับ คงไม่ขยายความต่อ

 

Bernard Madoff

     ส่วนเรื่องนาธานนั้น ถ้าเขาบอกว่ารอดูหนังก็คงต้องตามนั้นครับ เพราะการที่คนในพันทิบหาข้อมูลไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงจะเป็นไปไม่ได้ซะทีเดียว คงเหมือนกับจะบอกว่า มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือเปล่า หากบอกแค่ว่าไม่มีหลักฐานว่ามี ก็เลยไม่มีคงจะไม่ได้ แค่หลักฐานปัจจุบันบ่งชี้ว่าเป็นเช่นนั้น แต่ความจริงจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องให้เรื่องมันกระจ่างก่อนครับจึงค่อยตัดสิน แค่ติงว่าหากช่วงนี้นาธาน เองมีการชวนลงทุนอะไรบางอย่างก่อนหนังจะออกข่าวมา ถ้าเป็นผม ผมจะขอบายก่อนจะมีความชัดเจนครับ จะหาว่าผมเป็นคนมองโลกแง่ร้ายก็ยอมละ

      สรุปคือ การเชื่อถือคน กับการปล่อยให้คนอื่นหลอก ไม่เหมือนกันครับ เราสามารถเชื่อถือคนได้ แต่ต้องไม่ซื่อจนให้คนอื่นเขาหลอกปั่นหัวได้

     สำหรับเรื่องนาธาน คงต้องปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ครับ 

     ปล.ถ้าคนที่อ่านพันทิบเจอกระทู้เนื้อหาคล้าย ๆ กันนี้ผมโพสเองครับ เอามาแปะในนี้อีกทีกัน blog เน่า (^^;)>

     ปล2. ขอยืนยัน นั่งยัน นอนยันว่า  ทั้งหมดที่โพสนี้เป็นแค่มุมมองเกี่ยวกับแง่ร้ายที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่านั้นครับ ไม่ได้หมายถึงผมจะคาดการณ์หรือคิดว่ามันจะเกิดขึ้นทั้งสิ้น ส่วนตัวแล้วผมยังเชื่อว่าอาจจะมีการถ่ายหนังกันจริง ๆ อยู่ก็เป็นได้เสมอ และยอมรับว่าหากนี่เป็นการโปรโมทหนังเป็นการโปรโมทที่ได้รับผลมากที่สุด กระทั่งผมตกข่าวแบบนี้ยังอยากไปดูหนังเรื่องนี้เลย



Shinjo Sho
View full profile